ยิ้มสู้โรค “มัม ลาโคนิค” กำลังใจดีไม่หวั่นหลายโรครุมเร้า

18 Sep 2015
กำลังใจดีเยี่ยมสำหรับ "มัม ลาโคนิค" ที่ล่าสุดทรุดหนักถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล เหตุด้วยหลายโรครุมเร้า ทั้ง นิ่วในถุงน้ำดี น้ำท่วมปอด ก้านหัวใจโต ไตเสื่อม แต่วันนี้เจ้าตัวยังตั้งโต๊ะแถลงอัพเดตอาหารป่วยล่าสุดที่ "ช่อง 2" ข่าวลึก บันเทิงร้อน ด้วยสีหน้าสดใน อารมณ์ดี ตอบแบบที่เล่นทีจริง หยอกล้อพี่ๆ นักข่าวอย่างน่ารัก พร้อมเปรยว่าต้องปรับการใช้ชีวิต ดูแลตัวเองให้ดีขึ้น เพราะการป่วยครั้งนี้ถือว่าเป็นที่สุดของชีวิต และยังฝากขอบคุณพี่น้องในวงการบันเทิง แฟนๆ ที่คอยคิดตามผลงาน ที่ส่งกำลังใจให้มาตลอด ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หาย 100% หรือยัง ? "ความจริงสุขภาพยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นนะคะ แต่ว่าวันนี้ต้องมาให้ดูดีหน่อยเพราะว่าเกรงใจพี่ๆ สื่อ(ยิ้ม) กล้องก็แพงจะมาถ่ายหน้าศพอยู่ได้(ยิ้ม)" ออกจากโรงพยาบาลมากี่วันแล้ว ? "ออกจากโรงพยาบาลได้ 3 วันแล้วค่ะ" คุณหมอว่าเป็นอะไร ? "ขั้นแรกคุณหมอว่าคุณมัมไตไม่ดีนะ ไตแย่ สักพักหนึ่งอัลตร้าซาวน์ไปมาคุณหมอบอกก้านหัวใจโต พอก้านหัวใจโตไหนเอ็กซ์เรย์ปอดซิ น้ำท่วมปอด พี่มัมเลยน้ำตาไหลเลยตายดีไหมคะเนี่ย(ยิ้ม) คือครั้งแรกและครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เข้าโรงพยาบาล แอดมิดแล้วไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นมากขนาดนี้" ก่อนหน้านี้มีอาการอะไรไหม ? "ก็คือเป็นโรคประจำตัวของพี่อยู่แล้ว พี่เป็นโรคกระเพาะ แล้วก็ท้องจะอืดนะคะ ท้องจะบวม บ้านพี่ขาดไม่ได้เลยคือยาธาตุต่างๆ ลดกรดลดแก๊ซในกระเพาะ ถ้ามีอาการก็จะทานยาที่เป็นมิ้นต์ๆ ก็สบาย แต่คราวนี้บวมขึ้นมาอีกแล้วก็เลยทานยา ทานไปทานมาไม่ยุบ เข้าถึงวันที่ 2 พี่มัมทนถึงวันที่ 2 ว่าเดี๋ยวอาการคงยุบ ท้องคงยุบ แต่พอวันที่ 2 ท้องกลับกลายเป็นท้องแข็งขึ้น แข็งเหมือนหินเลย ตรงลิ้นปี่แข็งจนกดไม่ลง ทำให้หายใจติดขัด หายใจไม่ออก ง่วงก็ง่วงดึกแล้วตีหนึ่งตีสอง ก็จะหลับ พอเริ่มจะหลับท้องก็แข็งขึ้นมาอีกทำให้หายใจไม่ออก ปวดมากทนไม่ไหว ผสมกับไอ ไอแบบคำว่าร้องไห้หนักมาก เปลี่ยนเป็นไอหนักมากค่ะ ไอจนเจ็บซี่โครงข้างใน เจ็บทั้งร่ายกายเลย ตี 3 ตัดสินใจขับรถ คืออยู่คอนโด อยู่คนเดียวอยู่แล้ว คุณแม่อยู่บ้านหนึ่ง พี่ชายอยู่บ้านหนึ่ง ไปโรงพยาบาลเองเลยค่ะ ไปถึงก็แอดมิดเลยค่ะ" ก่อนเข้าโรงพยาบาลเคยตรวจสุขภาพไหม ? "ไม่เลยค่ะ ตั้งแต่เป็นศิลปินมา 60 ปีไม่เคยตรวจสภาพร่างกายเลย" หมอบอกว่าเกิดจากอะไร ? "ไตถูกทำลายจากอะไร ทานเค็มไหม ก็ทานบ้าง ทานยาแก้ปวดเป็นประจำ ทำให้มันสะสม แล้วทำให้มันไปเป็นผลร้ายกับไตซึ่งไม่รู้ตัวค่ะ ขอบคุณนิ่วในถุงน้ำดีที่เจออีก 2 เม็ด ขอบคุณนิ่วที่ทำให้ท้องอืดขึ้นมาคราวนี้ ที่ทำให้ต้องมาหาหมอ ก็เลยเช็กทั้งหมด เลยได้เจอไตเสื่อม หมอบอกว่าต่อไปนี้ต้องเลิกทานยาแก้ปวด เราทานแต่ยี่ห้อแพงๆ ทั้งนั้น เอาแบบทีเดียวอยู่เลย เม็ดเดียวอยู่ นี่คือมันสะสม ต่อไปนี้ทานยาแก้ปวดได้อย่างเดียวคือพาราเท่านั้นซึ่งจะไม่ค่อยมีอันตรายเท่าไหร่ ปกติพี่ไม่ทานพาราพี่ทานแต่พอนแสตน อันนี้น้องๆ ผู้หญิงจะรู้จัก ยาแก้ปวดประจำเดือน คิดว่าตัวเองเป็นประจำเดือน(หัวเราะ) เวลาปวดฟันมากๆ พอนสแตนก็ช่วยได้(ยิ้ม) แล้วก็มีอีกตัวหนึ่งที่แก้ปวดฟันอย่างเดียว ซึ่งทำร้ายมาอะไรเซียร์ๆ อะไรซักอย่าง กินมานานมากมันเป็นผลสะสมทำให้ไตแย่ เมื่อไตทำงานไม่เต็มที่การขับของเสียออกจากร่างกายเช่นปัสสาวะก็ทำได้ไม่เต็มที่มันเลยทำให้เหลือน้ำไปท่วมปอด นี่คือสาเหตุ" รักษายังไงบ้าง ? "มัมต้องทำหลายอย่างเลย ต้องรักษาจนกว่าน้ำจะแห้ง ต้องดูค่าไตให้คงที่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ยารักษาโรคหัวใจไปด้วย ยารักษาโรคหัวใจก็จะเป็นยาที่ทำลายไตไปด้วยมันเป็นอย่างนี้ หมอบอกว่าค่าไตไม้ดีขึ้นสักที ยิ่งเข้าโรงพยาบาลค่าไตยิ่งเพิ่มขึ้น วิธีการคือต้องหยุดให้ยารักษาหัวใจก่อน เพราะมันทำให้ค่าไตไม่คงที่ พอหยุดค่าไตก็คงที่ แต่คงที่ของเราก็คือยังผิดปกติกว่าชาวบ้านอยู่ดี มันไม่น่าถึงร้อย คงที่ของเรา 200 นี่ดีที่สุดสำหรับชีวิตไตของมัมแล้ว หมอก็ให้กลับบ้าน หัวใจนี่จะมาฉีดสีในอนาคต เพื่อที่จะหาสาเหตุว่าที่ก้านหัวใจโตเพราะอะไร และฉีดสีเพื่อที่จะหาว่าในอนาคตมัมมีเส้นเลือดหัวใจตีบซ่อนอยู่หรือไม่" ป่วยครั้งนี้ถือว่าเป็นที่สุดในชีวิตแล้ว ? "ที่สุดในชีวิตแล้ว เป็นการฉลองวันเกิดที่คุ้มค่ามากในปีนี้(เกิด 7 สิงหา) พอวันที่ 7 กันยา ปีนี้คิดว่าจะราบรื่นไม่มีอะไรแล้ว 7 กันยาต้องพาร่างไปซ่อม พี่มัมต้องรักษาชีวิตตัวเอง ต้องปรับไลฟ์สไตล์ตัวเอง ต้องเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนการพักผ่อน เปลี่ยนการรับประทานอาหาร ชีวิตไม่เคยเหมือนชาวบ้านธรรมดา ไม่เคยทานอาหารตรงเวลาเลยตั้งแต่เกิดมา 60 ปี ไม่เคยนอนปกติพักผ่อนได้เยอะ เป็นเวลา 60 ปี" หมอแนะนำอะไรอีก ? "หมอบอกว่าถ้าคุณมัมไม่เลิกสูบบุหรี่ ก็ติดต่อวัดเถอะค่ะ(หัวเราะ) คุณหมอน่ารักนะคะ บาทีก็ให้กำลังใจ(ยิ้ม) มัมก็เลยงั้นหยุดดีกว่า" เพิ่งหยุดตอนเข้าโรงพยาบาล ? "อุ้ยตาย ความจริงบอกคุณแม่ว่าหยุดไป 10 ปีแล้ว" ป่วยสะสม ? "นอนไม่เป็นเวลา กินเค็ม คือออกอาการอะไรปุ๊บกินยาก็หาย แต่มันคงถึงเวลาที่มันฟ้องว่ามันหมด สู้ไม่ไหวแล้ว ยาก็เอาไม่อยู่แล้วมัมถึงเข้าโรงพยาบาล" ดื่มไหม ? "โนว หยุดดื่มตั้งแต่ปี 40 ค่ะ" ต้องรักษาโรคอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ? "ตอนนี้ดูค่าไตค่ะ หมอให้ยามาทั้งหมด อยากจะโชว์ยาก็เกรงใจ ยา 40 กว่าถุงเอง(หัวเราะ) ก่อนอาหาร หลังอาหาร ก่อนนอน แล้วต้องทานให้หมด ดูระเบียบวินัยต้องทานยาเป๊ะๆ เลยนะ แล้วก็ห้ามกินเค็มอีกตลอดชีวิต" เพื่อน พี่ น้อง ไปเยี่ยมเยอะเลย ? "ขอบคุณมากๆ ของโอม โปเตโต้ นึกไม่ถึงล่ะสิว่าจะคบกับฉัน ขอบคุณลูกชาย เอ๊ะ จิรากร เรียกแม่ตลอด ขอบคุณประชาชนทั่วไปในเฟชบุ๊ค แฟนๆ ในอินสตาแกรม ในไลน์ ขอบคุณมากๆ เลยทำให้มัมได้รู้ว่าผิวเผินๆ บางทีไม่ค่อยเม้นท์ ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นแต่ถึงเวลาเราป่วย ก็เข้ามาให้กำลังใจกันมากซะจนแบบ กลับมานะ อย่าเป็นนาน กลับมาร้องเพลงเพราะๆ อีกนะ พี่มัมสดใสแล้ว เย้ๆ วันนี้ในไอจีในเฟชบุ๊ค ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนทุกรุ่นเลย ขอบคุณพี่ๆ สื่อที่ให้ความสนใจและให้ความสำคัญมัมไม่คาดฝัน ขอบคุณมากๆ เลย"