พม. จับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมแนวทางการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          วันนี้ (๑๐ พ.ย. ๕๘) เวลา ๑๓.๓๐ น. นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปพม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ "แนวทางการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการ" เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ซักซ้อมแนวทางดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น ๓๐๐ คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ พ.ย. ๕๘ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น ๗ โรงแรมอะเดรียติค พาเลซ กรุงเทพฯ 
          นายไมตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนพิการที่จดทะเบียนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น ๑.๖ ล้านคน ซึ่งเป็นคนพิการที่อยู่ในวัยแรงงาน (๑๕-๖๐ ปี) จำนวน ๗๕๖,๘๒๐ คน แบ่งเป็นคนพิการที่ไม่มีงานทำร้อยละ ๔๙ มีงานทำร้อยละ ๓๑ และไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากพิการรุนแรงร้อยละ ๒๐ นอกจากนี้ คนพิการร้อยละ ๔๕.๓๘ ไม่ได้รับการศึกษา โดยคนพิการที่ได้รับการศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ ๔๔.๓๒ จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าคนพิการส่วนใหญ่ยังไม่มีอาชีพและรายได้ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้คนพิการได้รับการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงโอกาสการประกอบอาชีพและมีงานทำเพิ่มขึ้น ซึ่งในปี ๒๕๕๙ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายเร่งด่วน ๘ เรื่อง นโยบายปฏิรูปและพัฒนา ๕ ด้าน และนโยบายตามพันธกิจ ๑๑ ด้าน โดยหนึ่งใน ๘ นโยบายเร่งด่วน คือการเข้าถึงบริการทางสังคมของคนพิการ ได้แก่ ๑) การสนับสนุนการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการเพื่อให้คนพิการสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เช่นเดียวกับคนทั่วไป ๒) การสนับสนุนศูนย์บริการคนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง ๓) การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ ๔) ส่งเสริมอาชีพและการจ้างงาน เพื่อให้คนพิการมีอาชีพ มีรายได้สามารถเลี้ยงตนเองได้ โดยไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคม ทั้งการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ และการจ้างงานในสถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ 
          นายไมตรี กล่าวต่อไปว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้กำหนดสิทธิของคนพิการไว้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐและสถานประกอบการภาคเอกชน ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการในสัดส่วน ๑๐๐ ต่อ ๑ ตามมาตรา ๓๓ รวมทั้งการดำเนินการสร้างงานสร้างอาชีพตามมาตรา ๓๕ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ หรือนายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๔ หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น อาจให้สัมปทานจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่าสถานประกอบการภาคเอกชนมีการปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการ ร้อยละ ๘๐ ขณะที่ภาครัฐมีหน่วยงานของรัฐ ที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จำนวน ๒๙๐ แห่ง และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้คนพิการมีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 
          "กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ร่วมกับกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุม นำความรู้ที่ได้จากการประชุม นำไปสู่การปฏิบัติ และขยายผลด้วยการสร้างความเข้าใจแก่สถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เกิดจากการจ้างงานคนพิการ ตลอดจนการจัดฝึกอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคนพิการและความพิการ ให้แก่สถานประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างโอกาสให้คนพิการมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ จะทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองของคนพิการอย่างยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนคนพิการจาก "ภาระ " ให้เป็น "พลัง" ของครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป" นายไมตรี กล่าวในตอนท้าย


ข่าวปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์+กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์วันนี้

การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับ NHDCL ภูฏาน ลงนาม MOU ยกระดับที่อยู่อาศัยสู่เวทีโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อำนาจ จำรัสจรุงผล กรรมการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและเทคนิค ระหว่างการเคหะแห่งชาติ กับบรรษัท พัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จำกัด (National Housing Development Corporation Limited : NHDCL) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และ Mr. Rinchen Wangdi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NHDCL ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางเตือนใจ คุณสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารการเคหะ

คุณลาวัลย์ จันทร์อุดม ผู้ช่วยผู้จัดการโรง... โรงงานน้ำตาลในกลุ่ม KTIS รับโล่รางวัล CSR Award 2025 — คุณลาวัลย์ จันทร์อุดม ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน เป็นตัวแทนบริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ จำกัด หรือ TIS บริ...

วุฒิชัย เจริญพงษ์สุข (ขวา) ผู้อำนวยการสาย... กลุ่มบริษัท ยูนิเวนเจอร์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย — วุฒิชัย เจริญพงษ์สุข (ขวา) ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท ยูนิเวน...

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก... "วราวุธ" รมว.พม. ชวนสืบสานภูมิปัญญาชาวเล-มานิ มรดกแห่งชาติพันธุ์ — นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ล...

การเคหะแห่งชาติเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต... ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จุดเปลี่ยนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ความยั่งยืน — การเคหะแห่งชาติเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ผ่าน "ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อ...