“หม่อมเอ็ม” โต้! ครหา “ลูกอกตัญญู” รับ “พ่อ” มีหนี้ 3 ล้าน เปรยเตรียมรับมาอยู่ด้วย

10 Nov 2015
กลายเป็นกระแสดราม่า เมื่อมีข่าว "หม่อมเอ็ม- อรรถพล เทศทะวงศ์" ทอดทิ้งพ่อ "หม่อมเหยิน" หรือ "นายประสิทธิ์ เทศทะวงศ์" ให้เร่ขายไอศครีมมะพร้าวอยู่ที่ต่างจังหวัด ล่าสุดเจ้าตัวขอตั้งโต๊ะเปิดใจเคลียร์เรื่องนี้ในรายการ "ข่าวช่อง 2" ทาง ช่อง 2 ข่าวลึก บันเทิงร้อน ยันไม่ได้เป็นคนอกตัญญู พร้อมจะรับพ่อมาอยู่ด้วย โดย "หม่อมเอ็ม" เผยว่า

กระแสข่าวค่อนข้างแรง

"คือจริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรเลยครับพี่ คือคนเขาไปเห็นว่าพ่อผมขายไอติมอยู่ต่างจังหวัด ในขณะที่เราก็เล่นละคร ทำงานในกรุงเทพ มันก็เลยเกิดเป็นภาพที่ทำไมปล่อยให้พ่อมาทำอะไรแบบนี้ ปล่อยให้มาลำบากรึป่าว แต่ว่าจริงๆ แล้วผมกับพ่อเนี่ย คุยกันทุกวัน พ่อผมเขาอยากที่จะอยู่ต่างจังหวัดเป็นหลัก เพราะเขามีบ้านตากอากาศอยู่ที่ปราจีน แต่ว่าตัวเขาเองเขาไม่อยากจะทำอะไร ไม่อยากอยากอยู่เฉยๆ คนเคยทำงาน คนแก่เนาะเขาก็ทำไอติมขาย ง่ายๆ ตามตลาดนัดบ้าง ตามที่ต่างๆ บ้าง พ่อผมอายุเยอะแล้วยอมรับแต่ว่าโชคดีที่เขายังแข็งแรง เขาเองไม่เคยบ่นเหนื่อย หรือว่าอะไรเขาเข้าใจว่าลูกก็ทำงาน"

เรื่องเกิดจากคนไปเห็นพ่อขายไอติม

"ใช่ครับ จริงๆ แล้วตัวผมเองไม่อยากให้พ่อทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เคยบอกเขาแล้วตั้งแต่ 3-4 ปีแล้วว่า ผมไม่อยากให้พ่อต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่พ่อผมเองเขาก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่ง เขาคิดว่า ณ ขณะนี้ที่เขายังมีแรง เขาก็อยากจะทำ ไม่อยากอยู่เฉยๆ ไม่ดืทำอะไรเขาเบื่อ"

พ่อไปอยู่ต่างจังหวัดนานรึยังไง

"นานแล้วครับ ก่อนหน้านี้เขาไปอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปี ผมก็อยู่กับพี่ชาย ตอนนั้นผมอยู่ ม.3 ก็ทำงาน จันทร์-ศุกร์เรียน เสาร์-อาทิตย์ผมก็ทำงานเป็นหลัก แกก้ไปหาเงิน ไปอยู่ญี่ปุ่น พอกลับมาง่านละครมันก็ไม่ได้มีมากแล้ว งานตลกมันก้ไม่ได้มีมากเหมือนแต่ก่อน แล้วมันจะทำยังไงในเมื่อก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปแกเองเขาก็เห็นว่าเขาทำตรงนี้ได้อยู่ เขาก็เลยทำไปต่างจังหวัด"

เราเคยขอไม่ให้เขาทำ

"เนี่ยครับเคยขิอมานานแล้วครับ เพราะทุกๆ ครั้งที่ผมไปเห็นเขา ผมก็สงสาร ไม่ได้อยากให้ทำ แต่ว่าตัวผมเอง ต้องบอกว่าผมเองก็ไม่ได้ว่าไม่ใช่ไม่อยากเลี้ยงพ่อแม่ ไม่ใช่ แต่ว่าเราก็ดูแลตัวเองได้ส่วนหนึ่ง ต้องบอกว่าบ้านผมมีหนี้สินนะ มีภาระ ยังต้องเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง ตอนนี้มันอยู่ในช่วงที่ว่าช่วยกันทำ ช่วยกันหา"

อายไหมกับสิ่งที่พ่อทำ

"ไม่อายหรอกครับ ไม่เคยอาย แต่ว่ากลัวว่าวันหนึ่งมันจะเป็นแบบนี้(ยิ้ม)"

ตัวเราก็แบ่งเบาภาระของที่บ้าน

"ก็หลายๆ อย่างครับ ทุกวันนี้เวลาทำงานได้เงินมาก็ส่งไปให้เป็นค่างวดรถเขา เป็นค่าเทอมหลาน เป็นค่าเช่าบ้านบ่างทีเขาไปจันทบุรีด้วยไงครับเวลาที่เขาขัดอะไร ไม่พออะไรเราก็ยินดี ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว มีพี่ชาย พี่ชายคนโตอีก 2 คน มีพี่สาว พ่อผมมีลูกหลายคน"

ลูกๆ ทุกคนช่วยดูแล

"ช่วยกันครับ แต่เพียงแค่ว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน"

หนี้เยอะไหม

"ในความรู้สึกผมมันก็ระดับหนึ่ง บ้านยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ครับ 3 ล้าน"

มีข่าวแบบนี้ออกมากระทบเราบ้างไหม

"หลายๆ คนเขาคงเข้าใจ แต่มันก็มทีหลายๆ คนที่มองว่าผมไม่ดูแลครอบครัว เป็นลูกที่ไม่ดี ถ้าคนที่เขาไม่รู้จริงๆ เขาก็คงไม่รู้"

เสียใจไหม

"ไม่เสียใจครับพี่ ผมคิดว่าไม่มีใครรู้อะไรดีเท่าตัวผม กับครอบครัวผม"

พ่อขายไอติมนานยัง

"นานแล้วครับ ก็คือไปทั่วครับ อีเว้นท์งานดารา ตลาดนัดารา อย่างบางทีมีงานเปิดตัวหนังเขาก็เหมาไปเราทำแบรนด์ให้มันดีครับ ไม่ใช่ว่าเราไปขายแบบน่าสงสารหรือว่าอะไร"

พอเป็นข่าวพ่อว่าไง

"พูดครับเขาก็ให้กำลังใจอย่าไปสนใจเลย ปากคนมีนก็พูดไป ข่าวมันก็คือข่าว เขาก็ให้กำลังใจ"

หลังจากนี้จะพาพ่อมาอยู่ด้วยไหม

"ตอนนี้ที่บ้านผมกำลังปรับปรุงใหม่ กำลังทำข้าสงล่าง ตอนนี้ยังไม่เสร็จ ฝุ่น ก็อาจจะยังไม่สะดวก อุกกรณ์ก่อสร้างยังกองอยู่เลย ถ้าเอาพ่อกับแม่มาก็คงยังไม่สะดวก แต่ผมคิดว่าเอาไว้ว่าผมจะทำงานเก็บเงินแล้วผมอาจจะช่วยปลดหนี้ทุกอย่างที่มีแล้วก็ให้พ่อกับแม่ผมกลับมาอยู่ในกรุงเทพ"

เคยคุยกับเขาไหม ทำไมต้องทำ

"ที่ผมเคยคุยกับเขา เขาคงไม่อยากอยู่เป็นภาระเฉยๆ เพราะว่าบ้านเรามันมีภาระเยอะ ภาระของแม่ ของพ่อ รถของแม่ รถของพ่อ ค่าโน้นค่านี่ที่เป็นภาระของเขาบางครั้งผมคนเดียวดูไม่อยู่ เพราะตึวผมเองก็ดูแลตัวเองด้วย มีภาระของผมด้วย ในขณะเดียวกันเราก็ยังมีพี่น้อง เราช่วยกันอยู่ตอนนี้"

น้อยใจ เสียใจกับข่าวไหม

"ไม่น้อยใจหรอกครับ แต่มันอาจจะรู้สึกแย่เวลาที่เราเดินไปไหนแล้วคนเขาไม่เข้าใจ ไม่เคยได้สัมผัสเราจริงๆ เขาคงไม่รู้"

รายได้หลักของเอ็มตอนนี่คืออะไร

"ก่อนหน้านี้ผมมีละครประจำคือน้องใหม่ ผมถ่ายน้องใหม่มานาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านของผม พี่หน่อง อรุโนชาอุปการะผม แต่ ณ วินาทีนี้ผมยังไม่ได้ไปถ่ายน้องใหม่เพราะยังติดละครอีกเรื่องหนึ่ง ถ่ายอยู่ 2 เรื่อง จันทร์-อาทิตย์ ผมทำงานทุกวันเลย บางผมก็ไม่ได้หาพ่อหาแม่ จะได้ไปก็คือโอกาสบางเวลาวันสำคัญ ส่วนใหญ่เราแยกกันอยู่ แต่ว่าเราโทรคุยกันทุกวัน ไลน์เห็นหน้ากันทุกวัน"

แต่จะเอาท่านมาอยู่กับเรา

"มีแพลนแน่นอนครับ เพราะว่าตัวผมไม่เคยคิดว่าจะปล่อยให้เขาต้องทำงานขายอติมแบบนี้ตลอดชีวิตหรอกครับ ก็คิดอยู่ แต่ว่าตัวผมเองตอนนี้รู้สึกว่า ผมอยากจะโตขึ้น อยากจะทำอะไรที่มันได้มากกว่านี้ อยากดูแล อยากให้กลับมาให้อยู่เป็นครับครัวเหมือนคนอื่นเขา"

พ่อขอโทษไหม

"ไม่หรอกครับ ไม่ได้ขอโทษอะไร อย่างที่บอกครับพี่เขาก็บอกไม่ต้องไปสนใจ ให้กำลังใจกันอยู่ครับ ไม่ต้องไปซีเรียส เครียดอะไรนะ ทุกวันนี้เขารู้ดี ผมทำงานทุกวันเลย"

เขาอยากขายอติมต่อ

"ตอนนี้เขามีแพลนพอกกับผมว่า น่าจะปีหน้าน่าจะเลิกขาย หยุดขายไปต่างจังหวัดแล้ว เพราะว่าแม่ผมมีโรคเบาหวาน ความดัน แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะต้องฟอกไตด้วยครับ ตอนนี้ก็คือต้องดูแลแม่ด้วย ในขณะเดียวกันที่พ่อออกไปขายอติมแม่ผมบางทีก็อยู่บ้านไหวบ้างไม่ไหวบ้าง ตอนนี้ก็พยายามเอาแม่กลับมาดูแลให้ไวที่สุด เท่าที่จะทำได้"