WHABT มั่นใจเทรดวันแรกกระแสตอบรับดี การันตีผลตอบแทนมั่นคงระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ หรือ กองรีทส์ WHABT เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ มั่นใจกระแสตอบรับจากนักลงทุนดี ชูจุดเด่นทำเลทองใจกลางเมือง คมนาคมสะดวก ด้าน " ปิยะพงศ์ พินธุประภา " การันตีประกันกำไรจากการดำเนินงานของทรัพย์สินขั้นต่ำ แย้มแผนเตรียมนำสำนักงานออฟฟิศใหม่ๆ ให้กองรีทส์ลงทุนเพิ่ม หนุนมูลค่าสินทรัพย์แตะ 5,000 ล้านบาท ด้าน " พรชัย ปัทมินทร " ในฐานะFA มั่นใจการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯของกองรีทส์ WHABT จะเป็นทางเลือกที่ดีให้แก่นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และมีการจ่ายปันผลทุกไตรมาส
          นายปิยะพงศ์ พินธุประภา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด (WHAREM) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ หรือ กองรีทส์ WHABT เปิดเผยว่า การเข้าเทรดของหน่วยทรัสต์ WHABT ในวันนี้ (16 พ.ย.) ในราคา 10 บาท/ หน่วยนั้น เชื่อว่าจะได้การตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบัน และรายย่อย จากจุดเด่นในด้านคุณภาพของสินทรัพย์ ผู้เช่าที่มีชื่อเสียงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทำเลที่ตั้งในย่านธุรกิจที่เดินทางสะดวก และเป็นการลงทุนในกองรีทส์ ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสัดส่วน 88% ของมูลค่ากองทุน
          นอกจากนี้ยังมีผู้เช่าที่มั่นคง โดยอาคารสำนักงาน เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ มีบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศเช่า อาทิ บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง , บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นต้น ส่วนอาคารบางนา บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ เป็นรูปแบบ Built-to-suit ขณะนี้ บริษัท ฮิตาชิ เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เช่าพื้นที่ 70% โดยมีสัญญาเช่าระยะยาวถึงปี 2567
          ทั้งนี้ กองรีสท์ WHABT ยังมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน โดยคาดว่าประมาณ 6.2% ในปีแรก และจะมีการจ่ายเงินปันผลไตรมาสละครั้ง ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นได้กว่ากองรีทส์ WHABT ให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเทียบกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในอาคารสำนักงานให้เช่ารายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบสิทธิการเช่าที่ดิน (Leasehold) มีอายุ 30 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนสุทธิเพียง 4-5% (เมื่อนำส่วนการลดลงของอายุสิทธิการเช่าออกจากผลตอบแทน) แต่ในขณะที่ WHABT มีทรัพย์สินที่เป็นFreehold เป็นส่วนใหญ่ 
          " บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะนำอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่อยู่ในย่านยางนา-ตราด กม.7 ที่มีแผนการก่อสร้างอยู่ เข้าเป็นทรัพย์สินส่วนเพิ่ม จึงน่าจะทำให้มูลค่าทรัพย์สินของ WHABT เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่รวมอาคารสำนักงานแห่งอื่น ๆ ซึ่งผู้จัดการกองทรัสต์ ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย " นายปิยะพงศ์ กล่าว
          ด้าน นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า จากการเปิดจองกองรีสท์ WHABT ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งสถาบัน แลรายย่อย เป็นจำนวนมาก จึงมั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ (16 พ.ย.)จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ประกอบกับกองรีทส์ WHABT เป็นกองประเภทออฟฟิศให้เช่ารายแรกในไทย ที่มีจุดเด่นทำเลด้านคมนาคมและย่านธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายที่สำคัญ
          ทั้งนี้กองรีทส์ WHABT ได้ลงทุนในกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงาน เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดี รังสิต ใกล้จุดคมนาคม อาทิ BTS หมอชิต , MRT ลาดพร้าว และโครงการส่วนต่อขยายระบบขนส่งมวลชนต่างๆ BTS สายสีเขียวเข้ม (พหลโยธิน ลำลูกกา) MRT (ดอนเมือง รังสิต) รถไฟฟ้าความเร็วสูง เป็นต้น ส่วนอาคารบางนา บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ เป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าอายุ 30 ปี ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่น บนถนนบางนา-ตราด กม.7 เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ ใกล้กับศูนย์การค้าเมกาบางนา และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
          สำหรับกองรีทส์ WHABT จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน ด้วยการรับประกันกำไรจากการดำเนินงานของทรัพย์สินเป็นระยะเวลา 9 ปี สำหรับโครงการ เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ (Freehold) ส่วนโครงการบางนา บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ (Leasehold) รับประกันเป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งถือได้ว่ามีการการันตีในการรับประกันความเสี่ยงจากการลงทุน
          " เราเชื่อมั่นว่า กองรีทส์WHABT จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจาก WHABT มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ จากการเติบโตของอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าพื้นที่ ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป " นายพรชัย กล่าว

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายพงศกร ประเวศวัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ร่วมนำเสนอผลประกอบการประจำปี 2568 ในงาน (Opportunity Day) ถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 1,250-1,320 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ระดับ 12-17% และวางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...

นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้า... "MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs — นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน นา...

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุน...