ปิดฉากงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2015 อย่างยิ่งใหญ่ กระทรวงเกษตรฯ สุดปลื้ม ผู้เข้าชมทะลุ 2,300,000 คน พร้อมเผยผลสำรวจผู้เข้าชมกว่าร้อยละ 90 ชื่นชอบอาคารไทย

03 Nov 2015
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานเอ็กซ์โป มิลาโน 2015 ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศอิตาลี (Expo Milano 2015, Italy) ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ประเทศไทยนำโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด "การหล่อเลี้ยงโลกอย่างยั่งยืน" ได้แสดงเกียรติภูมิของประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยในทุกกระบวนการ มีสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ มีสินค้าอาหารแปรรูปที่ได้มาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

"ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น โดยผลตอบรับของอาคารแสดงประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้นกว่า 2,300,000 คน (สองล้านสามแสนคน) เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 10% จากยอดผู้เข้าชมงาน เอ็กซ์โป มิลาโน 2015 ที่มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 21,500,000 คน (ยี่สิบเอ็ดล้านห้าแสนคน) และเป็นพาวิลเลี่ยนที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ จาก 145 ประเทศที่เข้าร่วมงาน ขณะเดียวกัน อาคารแสดงประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างชาติทั้งสื่อหลัก และสื่อสังคมออนไลน์ ที่จัดให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของอาคารแสดงที่มีคนชื่นชอบและได้รับความนิยม ร่วมกับอีก 4 ประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ญี่ปุ่น อาเซอร์ไบจาน และคาซัคสถาน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ให้คนทั้งโลกได้รู้จักและมองประเทศไทยอย่างเชื่อมั่นว่าเป็นประเทศที่มีจุดแข็งด้านเกษตรกรรม มีเทคโนโลยีการผลิตอาหารตามมาตรฐานสากล สามารถหล่อเลี้ยงคนบนโลกได้อย่างยั่งยืน และมีความเหมาะสมที่จะเป็น "ครัวของโลก" อย่างแท้จริง

สำหรับยอดจำหน่ายสินค้าอาหารภายในอาคารแสดงประเทศไทยตลอด 6 เดือน มีมูลค่ารวม 50 ล้านบาท โดย 5 อันดับสินค้าที่ขายดีของไทยประเภทต่างๆ ได้แก่ อาหารพร้อมทาน คือ 1.ผัดไทย 2.ข้าวหอมมะลิแกงมัสมั่น 3.ข้าวหอมมะลิแกงหน่อไม้ 4.ข้าวหอมมะลิแกงกะหรี่ 5.ไก่ย่าง อาหารพร้อมปรุง คือ 1.ข้าวหอมมะลิ 2.ชุดผัดไทยพร้อมปรุง 3.ซอสพริก 4.ซอสงา 5.ชุดก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมปรุง ประเภทเครื่องดื่มและขนมหวาน 1. ไอศกรีมมะพร้าว 2.น้ำมะพร้าว 3.น้ำมะม่วง 4.น้ำมังคุด 5.น้ำลิ้นจี่ โดยในส่วนของภาคธุรกิจมีผู้ประกอบการทั้งในแถบยุโรป ตะวันออกกลาง ประเทศอิตาลีและประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความสนใจนำผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะพร้าวน้ำหอมของไทย อาทิ ไอศกรีมมะพร้าว ไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าชมงานชาวต่างชาติ ที่มีต่ออาคารแสดงประเทศไทย จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 4,000 คนพบว่า ผู้เข้าชมงานร้อยละ 92 มีความพึงพอใจต่อรูปแบบทรงงอบของอาคารแสดงประเทศไทย ในขณะที่ผู้เข้าชมงานร้อยละ 87 มีความพึงพอใจต่อเทคนิคการนำเสนอนิทรรศการทั้ง 5 โซนของอาคารแสดงประเทศไทย โดยผู้เข้าชมงานร้อยละ 82 มีความพึงพอใจในการแสดงสินค้าและอาหารไทยในโซน Food for the Future ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้เข้าชมอาคารแสดงประเทศไทยร้อยละ 94 เกิดความสนใจที่จะมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

"การเข้าร่วมงาน Expo Milano 2015,Italy ของประเทศไทยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้ผู้เข้าชมงานได้ประจักษ์ว่า ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ดีมีคุณภาพแห่งหนึ่งของโลก มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะส่งผลให้ประชาคมโลกเกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนหรือร่วมลงทุนและจัดตั้งฐานการลงทุนประเทศไทย ทั้งธุรกิจภาคเกษตรกรรมและธุรกิจภาคอุตสาหกรรมต่อไป" พลเอก ฉัตรชัย กล่าวในตอนท้าย

อนึ่ง สำหรับการจัดงาน World Expo ปี 2020 จะจัดขึ้นที่ นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในอีก 5 ปีข้างหน้า ภายใต้แนวคิด "Connecting Minds, Creating the Fufure"