นายเขมทัศน์ สายเชื้อ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปพบปะหารือกับหอการค้าจังหวัดและผู้ประกอบการท้องถิ่น พบว่า ผู้ประกอบการหลายรายสนใจสินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นบริการใหม่ของธนาคารในปี 2558 นี้ เนื่องจากจุดเด่นของบริการด้านระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงินกู้นานสูงสุด 15 ปี ปลอดการชำระคืนเงินต้น 2 ปี และยกเว้นค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่พิเศษกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนใหม่หรือขยายกิจการที่ดำเนินการอยู่แล้วในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรม และจังหวัดชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลให้มากขึ้น ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวภายใต้บริการสินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 1 เท่ากับ Prime Rate - 2.50% ต่อปี (ปัจจุบัน Prime Rate อยู่ที่ 6.50% ต่อปี) ปีที่ 2-8 เท่ากับ Prime Rate - 1.50% ต่อปี และปีที่ 9-15 เท่ากับ Prime Rate - 1.00% ต่อปี
รักษาการกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า นอกจากนี้ มีผู้ประกอบการบางรายต้องการวงเงินหมุนเวียนระยะสั้นด้วย EXIM BANK จึงได้ปรับปรุงบริการ โดยเสนอให้ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อระยะยาว 15 ปีภายใต้บริการนี้ ได้รับวงเงินหมุนเวียนระยะสั้นเพิ่มด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีโรงงานในพื้นที่เป้าหมายอยู่แล้วสามารถนำวงเงินหมุนเวียนระยะสั้นดังกล่าวไปใช้ขยายกำลังผลิต เพิ่มยอดขายหรือมูลค่าทางธุรกิจมากขึ้นได้ ทั้งนี้ จำนวนและระยะเวลาของเงินกู้ระยะสั้นต้องมีจำนวนไม่เกินเงินกู้ระยะยาวที่ได้รับอนุมัติ โดยสามารถกู้ได้ทั้งเป็นสกุลเงินบาทและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นำไปออกตั๋วสัญญาใช้เงินได้ไม่เกิน 180 วัน อัตราดอกเบี้ยสกุลบาทเท่ากับ Prime Rate - 1.50% ต่อปี และสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ LIBOR + 3.50% ต่อปี
ทั้งนี้ บริการสินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และจังหวัดชายแดนของไทยทั้งหมด ทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิต พาณิชยกรรม และภาคบริการ เช่น คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา นอกจากนี้ บริการนี้ยังครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใหม่ๆ ที่รัฐบาลจะประกาศจัดตั้งในอนาคตด้วย เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบคลัสเตอร์ใน 9 จังหวัด เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ โทร. 0 2617 2111 ต่อ 1330-5 หรือสาขาทุกแห่ง
EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับทัพเสริมกำลัง เดินหน้าบทบาท Export Co-pilot รับมือเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังปี 2569
EXIM BANK แต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์องค์กร ผู้บริหารฝ่ายประเมินเครดิตลูกค้า SME และผู้บริหารฝ่ายกลุ่มอุตสาหกรรม 1
EXIM BANK จัดเต็ม โปรโมชันเพื่อผู้ส่งออก ในงาน Thailand Smart Money อุบลราชธานี ครั้งที่ 12
EXIM BANK เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 เร่งสปีดธุรกิจไทย สู่เวทีการค้าโลก
EXIM BANK ลงนามความร่วมมือกับ EDC ยกระดับการค้าและการลงทุนไทย-แคนาดา ขยายโอกาสธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
EXIM BANK จัดเต็ม โปรโมชันเพื่อผู้ส่งออก ในงาน Thailand Wellness and Healthcare Expo 2026
EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน
EXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เสริมแกร่ง เสริมเงินทุน เสริมความรู้ ช่วยผู้ประกอบการไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ไอแบงก์ จับมือ EXIM สวทช. และ วว. เปิดโครงการ "HALAL BRIDGE Program 2026" ต่อยอดยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก