สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้ นายชัชชัยกล่าวว่า "ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเกือบทุกช่วงอายุตราสาร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.89% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับเพิ่มขึ้นในตราสารระยะยาว โดยตราสารรุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.81% โดยเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้าจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างประเทศ ด้านปัจจัยภายในประเทศ บลจ.กสิกรไทยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งภายในปีนี้ เพื่อหนุนการบริโภคในประเทศ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ล่าสุดที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยประธาน ECB ระบุว่าพร้อมที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินทั้งหมดอย่างต่อเนื่องเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน ทั้งนี้ นักลงทุนจะต้องจับตาดูผลการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 26-27 เมษายนนี้"
นายชัชชัยกล่าวถึงรายละเอียดของกองทุนต่อไปว่า สำหรับตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน ซีวี (KEFF6MCV) เบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก Garanti Bank, ประเทศตุรกี, เงินฝาก Commercial Bank of Qatar, ประเทศกาตาร์, เงินฝาก First Gulf Bank และเงินฝาก Union National Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังลงทุนเพิ่มเติมในตราสารหนี้ Yapi Kredi Bankasi A.S., ประเทศตุรกี ด้านกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เอเค (KEFF1YAK) เบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก Garanti Bank, ประเทศตุรกี, เงินฝาก First Gulf Bank และเงินฝาก Abu Dhabi Commercial Bank, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังลงทุนเพิ่มเติมในตราสารหนี้ Yapi Kredi Bankasi A.S., ประเทศตุรกี และตราสารหนี้ Emirates NBD, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีสินทรัพย์ในการลงทุนสูงและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท
บลจ.กสิกรไทย ยังได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนต่อเนื่องให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบที่มีกำหนดอายุโครงการ (Fixed Term Fund) ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนที่ผู้ลงทุนเลือกได้กองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน คือ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค เอ็มพลัส (K-MPLUS) ซึ่งอยู่ในกลุ่มกองทุนรวมตราสารหนี้ ของบลจ.กสิกรไทย
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนกับกองทุน KEFF6MCV และกองทุน KEFF1YAK สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888 หรือที่ www.kasikornasset.com
BBLAM จุดประกายแนวคิด Longevity ในงาน "มนุษย์ต่างวัย Fest 2026" ผ่านการวางแผนการเงินและการลงทุน
KTAM เปิดมุมมองกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2026 แนะจัดพอร์ตสมดุลรับเทรนด์ AI Supercycle
B-SELECT กองทุนแนะนำจาก BBLAM ชวนจับจังหวะลงทุนครึ่งปีหลัง ด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง พร้อมมองหาโอกาสจากเทรนด์เศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยี
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 11/26' วันที่ 8-12 มิ.ย. 2569
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
บลจ. เอ็กซ์สปริง คลอดกองทุนใหม่ X-SPACE เสิร์ฟช่องทางลงทุนหุ้น SpaceX กองเดียวในไทย เปิด IPO 4 - 10 มิ.ย. 2569
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.200 บาท วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นี้
B-SELECT กองทุนแนะนำจาก BBLAM ชูธีมเติบโตระยะยาวในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด เพื่อเสริมทางเลือกกระจายการลงทุนในภาวะตลาดผันผวน