นายกรีฑา สพโชค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทยที่สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก สร้างมูลค่าส่งออกกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน10% ของจีดีพี ช่วยให้เกิดการจ้างงานในระบบกว่า 850,000 คน แม้ปีที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมรถยนต์ยังสามารถผลิตเพื่อจำหน่าย ในประเทศและส่งออกรวมกว่า 1.91 ล้านคัน
นอกจากนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตของประเทศ ตามนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และอุตสาหกรรมยานยนต์จัดเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าจะยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น ฐานการผลิตรถยนต์แห่งภูมิภาคเอเชียในปีพ.ศ. 2563 พร้อมแผนเพิ่มกำลังผลิตรถยนต์จาก 2 ล้านคันต่อปี เป็น 3 ล้านคันต่อปี จึงต้องเร่งสร้างแรงงานรองรับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มขึ้นอีกราว 20% ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมุ่งสู่เทคโนโลยีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์การใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นความท้าทายที่ไทยต้องเร่งปรับตัวเตรียม ความพร้อมทักษะฝีมือแรงงานให้เท่าทัน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ โครงการ Chevron Enjoy Science สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่ได้ลงนามความร่วมมือจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาทักษะอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หรือ TVET Hub : Automotive เพื่อร่วมยกระดับและเตรียมพร้อมสู่การเป็นฐานผลิตรถยนต์แห่งเอเชียอย่างยั่งยืน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (Automotive Human Resource Development Academy) หรือ AHRDA เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานและบริหารจัดการร่วมกับโครงการฯ
นางหทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า โครงการ Chevron Enjoy Science เป็นโครงการระยะยาว 5 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่านการพัฒนาแรงงานวิชาชีพที่มีทักษะฝีมือและพื้นฐานด้านสะเต็ม (STEM) ให้กับอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน การเกษตร และไมโครอิเล็กโทรนิกส์
โดยผลการดำเนินงานปีแรกที่ผ่านมา โครงการฯ ระดมสมองร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม หรือ TVET (Technical Vocational Education & Training) จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อออกแบบหลักสูตรสะเต็มในโรงเรียนอาชีวศึกษาที่เหมาะสมกับประเทศไทย ผสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะของบุคลากรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาทักษะอาชีพ (TVET Hub) เพื่อทำหน้าที่พัฒนาแรงงานที่มีทักษะฝีมือตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแห่งแรกจัดตั้งขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่
นางหทัยรัตน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการปีนี้ที่ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นการพัฒนาและนำหลักสูตรสะเต็มในโรงเรียนอาชีวศึกษาไปประยุกต์ใช้จริง พร้อมจัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะอาชีพของกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และสอดรับนโยบายรัฐบาลที่ผลักดันให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วย
ทั้งนี้ ตามแผนงาน 5 ปีของโครงการฯ วางเป้าหมายจัดตั้ง TVET HUB ทั้งหมด 6 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าจะช่วยพัฒนาทักษะด้านเทคนิคให้กับแรงงานกว่า 70,000 คน และผลิตแรงงานคุณภาพป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมได้กว่า 138,000 คน
นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวเสริมว่า คีนัน ในฐานะผู้บริหารโครงการฯ มีหน้าที่หลักในการร่วมพิจารณาและคัดเลือกหลักสูตรสะเต็มในโรงเรียนอาชีวศึกษาและสื่อการเรียนการสอน ที่เหมาะสมกับประเทศไทย พร้อมวางแผนกำหนดบทบาทการจัดตั้งศูนย์อาชีวศึกษาแต่ละแห่งตามแผนงาน
สำหรับ TVET HUB ที่จัดตั้งขึ้นล่าสุด มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางดำเนินงาน ภายใต้โมเดล "ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้ขับเคลื่อน" เพื่อพัฒนาหลักสูตรและจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะที่จำเป็นในวิชาชีพให้กับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนดูแลการฝึกงานของนักศึกษากับสถานประกอบการรูปแบบทวิภาคี ซึ่งจะมีสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ หรือ AHRDA จะทำหน้าที่ประสาน ความร่วมมือ 2 ด้านสำคัญ คือ 1. การศึกษาด้านสะเต็มในโรงเรียนอาชีวศึกษา ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้บุคลากร อาทิ วิทยากร ครูพี่เลี้ยง และครูอาชีวะ ให้กับสถาบันอาชีวศึกษาที่ร่วมโครงการ และ 2. การฝึกทักษะที่จำเป็นในวิชาชีพ อาทิ การพัฒนาครูฝึกต่างๆ ให้เข้าไปฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือช่างเทคนิค และการจัดฝึกอบรมระยะสั้นให้กับแรงงานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น
ทั้งนี้ โครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต เป็นโครงการระยะยาว 5 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นพัฒนาการศึกษาใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนาศักยภาพครู นักเรียนด้าน STEM ในการศึกษาสายสามัญศึกษา 2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายอาชีพและอาชีวศึกษา และ 3. การสร้างการรับรู้และความร่วมมือในการพัฒนาเรียนรู้ด้าน STEM และอาชีวศึกษาให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสร้างประโยชน์ให้กับครู นักเรียน ผู้บริหารศึกษาเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรทั่วประเทศกว่า 500,000 คน
สอวช. ผนึกภาครัฐ-การศึกษา-เอกชน เดินหน้าความร่วมมือ เร่งพัฒนากำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมัยใหม่
ด่วน! กรมพัฒน์ฯ จัดหนัก เปิดคอร์สอัพสกิลทักษะยานยนต์ไฟฟ้า โลจิสติกส์ 3 กลุ่มหลักสูตร 13 รุ่น อบรม ต.ค. - ธ.ค. 68 รับจำนวนจำกัด!
EV มาแรง กรมพัฒน์ ชวนอัพสกิลยานยนต์ไฟฟ้า ฟรี
"พิพัฒน์" เปิดศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานด้าน EV สงขลา พร้อมดัน "เครดิตแบงค์" ยกระดับช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า
ฝึกอบรมฟรี 9 หลักสูตร AHRDA จัดเต็มคอร์สรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์
AHRDA เปิดหลักสูตร "การซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า" โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และ Nissan ร่วมแจมเสริมความรู้
เริ่มแล้ว! พิธีเปิดศึกฝีมือยิ่งใหญ่ WorldSkills Asia Taipei 2025 เด็กไทย 19 คนพร้อมโชว์ศักยภาพ คว้าชัยกลับไทย
"19 ยอดฝีมือไทย ลุยไทเป! พร้อมพิสูจน์ศักยภาพแรงงานไทยบนเวทีเอเชีย"
กระทรวงแรงงาน ผนึก ไมโครซอฟท์ เร่งพัฒนาทักษะ AI แรงงานไทย 150,000 คน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ "ผู้สร้าง" ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล