“เป๊ปซี่” รุกเปิดโรงงานใหม่ ดันกำลังผลิตเพิ่มเท่าตัว เตรียมรับดีมานต์หน้าร้อนพุ่ง พร้อมเล็งขยายพอร์ต

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลกในเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เป๊ปซี่ เมาเทนดิว มิรินด้าและเซเว่น-อัพ นำโดยนายปริญญา กิจจาธนพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอินโดจีน (ที่ 2 จากขวา) และนายจา-กรูท โคเตชา กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเครื่องดื่มประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) ประกาศเดินหน้าเปิดตัวโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งที่สองของเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี เพื่อเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจเครื่องดื่มที่ยังเติบโตต่อเนื่องและรองรับการขยายพอร์ตโฟลิโอในระยะยาว โดยเริ่มเดินเครื่องสองไลน์แรกเร่งดันยอดผลิตแบบเต็มสูบสูงกว่าเดิมถึง 30% มั่นใจพร้อมรับดีมานต์ความต้องการบริโภคน้ำอัดลมพุ่งในช่วงหน้าร้อน พร้อมเตรียมลงทุนต่อเนื่องเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าจากโรงงานแรก
          นายจา-กรูท โคเตชา กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเครื่องดื่มประเทศไทย กล่าวว่า "นับตั้งแต่ปี 2555 ที่เป๊ปซี่โคได้ปรับรูปแบบธุรกิจมาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายด้วยตัวเอง โดยลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งแรกในประเทศไทย ณ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยองนั้น ธุรกิจเครื่องดื่มของเรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านที่มีการเติบโตประมาณ 5 – 6 %* ล่าสุดเราได้เดินหน้าเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งที่สองขึ้น เพื่อมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความได้เปรียบในการรุกตลาดเครื่องดื่ม ทั้งยังเป็นการรองรับการขยายพอร์ตโฟลิโอของเราในระยะยาว"
          โรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งที่สองของเป๊ปซี่โคนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 104 ไร่ (หรือ 166,400 ตร.ม.) ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีความได้เปรียบในเรื่องสถานที่ตั้งเนื่องจากเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังทั่วประเทศ เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ควบคุมการผลิตด้วยระบบควบคุมอัติโนมัติ สามารถรองรับการติดตั้งไลน์การผลิตความเร็วสูงได้สูงสุดถึง 8 สาย ทั้งในรูปแบบขวดพีอีทีและกระป๋อง สำหรับในเฟสแรกได้มีการติดตั้งไลน์การผลิตแล้วจำนวน 2 สายเพื่อผลิตเครื่องดื่ม "เป๊ปซี่" ในรูปแบบขวดพีอีที มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 800 ขวดต่อนาที โดยได้เริ่มดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์นับตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงงานนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น "โรงงานสีเขียว"คือสามารถอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง จนถึงการใช้อาคารในการปฏิบัติงานจริง โดยมุ่งเน้นการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะรีไซเคิล รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
          "เรายังวางแผนเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโรงงานใหม่แห่งนี้เพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง ซึ่งหากติดตั้งไลน์การผลิตครบทั้ง 8 สายแล้ว จะช่วยให้เรามีกำลังการผลิตสูงสุดเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับโรงงานแรก ทั้งนี้ การเปิดดำเนินการในเฟสแรกได้ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดจากเดิมถึง 30% ทำให้เราสามารถผลิตเครื่องดื่ม 'เป๊ปซี่' ได้อย่างเต็มที่และเพียงพอกับความต้องการของร้านค้าและผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ตลาดน้ำอัดลมมีการเติบโตสูงกว่าช่วงปกติถึง 15 - 20%" นายจา-กรูท กล่าวเสริม
          การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในระยะยาวของเป๊ปซี่โคที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจเครื่องดื่มโดยเน้นไปที่บรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด (Non-Returnable Packaging) คือ ขวดพีอีทีและกระป๋อง ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากข้อมูลตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในปี 2558* พบว่า บรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวดมีสัดส่วนถึง 78% ในขณะที่ขวดแก้วคืนขวดมีสัดส่วนเพียง 22% เท่านั้น ซึ่งล่าสุด (ข้อมูลในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา) เครื่องดื่ม "เป๊ปซี่" สามารถครองตำแหน่ง "ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มน้ำดำในบรรจุภัณฑ์ประเภทไม่ต้องคืนขวด" ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 44 % ได้แล้ว
          "นอกจากการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบรนด์ต่างๆ ทั้ง เป๊ปซี่ เมาเทนดิว มิรินด้า และเซเว่น-อัพแล้ว โรงงานใหม่แห่งนี้ยังถูกเตรียมพร้อมสำหรับการขยายพอร์ตโฟลิโอไปในกลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดลม อาทิ ชาพร้อมดื่มลิปตัน เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด รวมถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในอนาคตด้วย ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยฐานการผลิตที่มีศักยภาพสูงทั้งสองแห่ง ด้วยรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ถูกใจคนไทยภายใต้แบรนด์ที่แข็งแกร่ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เป๊ปซี่โคสามารถดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มและสร้างการเติบโตในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป" นายจา-กรูท กล่าวสรุป
“เป๊ปซี่” รุกเปิดโรงงานใหม่ ดันกำลังผลิตเพิ่มเท่าตัว เตรียมรับดีมานต์หน้าร้อนพุ่ง พร้อมเล็งขยายพอร์ต
 
“เป๊ปซี่” รุกเปิดโรงงานใหม่ ดันกำลังผลิตเพิ่มเท่าตัว เตรียมรับดีมานต์หน้าร้อนพุ่ง พร้อมเล็งขยายพอร์ต
“เป๊ปซี่” รุกเปิดโรงงานใหม่ ดันกำลังผลิตเพิ่มเท่าตัว เตรียมรับดีมานต์หน้าร้อนพุ่ง พร้อมเล็งขยายพอร์ต
 
 
 
 


ข่าวปริญญา กิจจาธนพันธ์+จังหวัดสระบุรีวันนี้

วว. ร่วมลงนามขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนไร้ขยะ ภายใต้การดำเนินงาน "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์"

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบหมาย ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ เป็นผู้แทนลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการโรงเรียนไร้ขยะ (Zero Waste School) ภายใต้การดำเนินโครงการ "สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ หรือ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

Industry 4.0 แบบ "กินได้" ดร.ชนะ ภูมี นาย... TCMA ผนึกจังหวัดสระบุรี ยกระดับ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" Industry 4.0 แบบ "กินได้" — Industry 4.0 แบบ "กินได้" ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (T...

งานสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ รวมพลังสร้างเมืองคา... สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้ สู่ SARABURI SANDBOX SMART — งานสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ รวมพลังสร้างเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้" จั...

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท JARTON ผู้นำด้านน... JARTON เข้าร่วมงานประชุมวิชาการด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ครั้งที่ 2 — เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท JARTON ผู้นำด้านนวัตกรรมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะ...