กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการจัดการภัยพิบัติ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัลปรินซ์เซส หลานหลวง กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค เสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย รวมถึงศึกษาแนวทางและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติให้สอดคล้องสภาพความเสี่ยงภัยและบริบทของสังคมไทย ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ของรัฐบาล ภายใต้วาระ "ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand) เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองปลอดภัยน่าอยู่ รู้รับ ปรับตัว และฟื้นกลับจากภัยพิบัติอย่างรวดเร็วและยั่งยืน
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สภาพภูมิอากาศโลกแปรปรวน ทำให้ประเทศไทยประสบสาธารณภัยรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติที่เป็นระบบ เพื่อให้คนไทยได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยจากภัยพิบัติครอบคลุมทุกมิติ โดยได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการจัดการภัยพิบัติ ภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ และภาวะโลกร้อน ซึ่งมี พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ดังนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการจัดการภัยพิบัติ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัลปรินซ์เซส หลานหลวง กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค เสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย รวมถึงศึกษาแนวทางและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติให้สอดคล้องสภาพความเสี่ยงภัยและบริบทของสังคมไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้วาระ "ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)" โดยขับเคลื่อน การดำเนินงานในรูปแบบกลไกประชารัฐ ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ กว่า 80 คน
นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ มีการจัดเสวนาในหัวข้อ "การขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการจัดการภัยพิบัติของประเทศไทย" โดยนักวิชาการด้านภัยพิบัติ และผู้เกี่ยวข้องด้านกฎหมายการบริหารจัดการสาธารณภัย ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบแนวทางการปฏิรูปด้านการจัดการภัยพิบัติ ใน 4 ประเด็น ได้แก่
1. การบริหารจัดการด้านสาธารณภัยเพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
2. การพัฒนากฎหมายด้านสาธารณภัย
3. การพัฒนาระบบการคาดการณ์และระบบเตือนภัย
และ 4. การพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่องานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะได้นำประเด็นข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ มากำหนดแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกลั่นกรองและจัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านภัยพิบัติเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป เพื่อนำไปสู่การสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองปลอดภัยน่าอยู่ รู้รับ ปรับตัว และฟื้นกลับจากภัยพิบัติอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ประเทศไทย พ.ศ.2558 - 2563 "มั่นคง – มั่งคั่ง – ยั่งยืน"
0-2243-0674 0-2243-2200 www.disaster.go.th
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!