กระทรวงเกษตรฯ เด็ดขาดสั่งการสารวัตรเกษตรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน หวังช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ส่งผลถึงความปลอดภัยด้านอาหาร ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรและผู้บริโภค

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในด้านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร ได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดมีความปลอดภัยด้านอาหาร ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในขณะนี้ ดังนี้
          ด้านปัจจัยการผลิตพืช ได้สั่งการให้สารวัตรเกษตร และเครือข่ายสารวัตรเกษตรกว่า 400 นาย สแกนสถานที่ผลิตและร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตอย่างเข้มข้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจสอบแล้ว 4,606 แห่ง พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างและสั่งอายัดเพื่อวิเคราะห์คุณภาพ แบ่งเป็น ปุ๋ย จำนวน 60 ตัวอย่าง อายัดปุ๋ยชนิดเม็ด 3,151.8 กิโลกรัม ชนิดน้ำ 6 ลิตร วัตถุอันตราย จำนวน 64 ตัวอย่าง อายัด 37 กิโลกรัม ชนิดน้ำ 452.5 ลิตร และพันธุ์พืช จำนวน 24 ตัวอย่าง อายัด 41.38 กิโลกรัม ขณะเดียวกันยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าจับกุมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 7 ราย พร้อมยึดของกลาง 25 รายการ ปริมาณ 247 ตัน มูลค่ารวม 14.37 ล้านบาท ซึ่งการกระทำผิดดังกล่าวมีโทษหนักตั้งแต่จำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับเป็นเงินขั้นสูงสุดหลักล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนานส่งผลให้พื้นที่ทำการเกษตรลดลง จึงทำให้ผู้ประกอบการเกรงว่าไม่มียอดสั่งซื้อ และไม่สามารถระบายสินค้าในสต็อกได้ อาจทำให้เกิดปัญหาปัจจัยการเสื่อมคุณภาพ และพบสินค้าที่วางจำหน่ายบางชนิดยังใช้เลขทะเบียนเก่าซึ่งหมดอายุด้วย ซึ่งได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร เร่งวางมาตรการเพื่อกำจัดสินค้าดังกล่าวออกจากระบบทั้งหมดโดยเร็วต่อไป
          ด้านสินค้าปศุสัตว์ได้มอบหมายให้สารวัตรปศุสัตว์บังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ ได้แก่ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ร.บ.สถานพยาบาลสัตว์ เป็นต้น ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 (ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 –12 กุมภาพันธ์ 2559) มีการจับกุม 207 ครั้ง ตรวจยึดของกลาง 204 คดี มูลค่าของกลาง 39,197,655 บาท ส่วนความคืบหน้าผลการจับ/ยึดของกลางซากสัตว์แช่แข็งนำเข้าจากต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2559 คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 – 12 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 39 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 146,935.09 กิโลกรัม รวมมูลค่า 18,903,211 บาท รวมทั้งได้ส่งชุดเฉพาะกิจกองสารวัตรและกักกัน เข้าตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ซึ่งผิดกฎหมายมาตรา 31 ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ถึงปัจจุบันจำนวน 90 ราย รวมทั้งหมดจำนวน 832,830.09 กิโลกรัม มูลค่า 81,307,731 บาท และล่าสุดได้มีการสุ่มตรวจการใช้สารเร่งเนื้อแดงจากฟาร์ม 42 ตัวอย่าง พบว่าใช้สารเร่งเนื้อแดงเกินมาตรฐาน จำนวน 28 ฟาร์ม ซึ่งได้ดำเนินคดีแล้ว 3 ฟาร์ม ในจังหวัดชลบุรี 2 ฟาร์ม ฉะเชิงเทรา 1 ฟาร์ม ทั้งนี้ อีก 25 ฟาร์มที่เหลือกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามลำดับต่อไป
          ด้านประมงทะเลได้ประกาศปิดอ่าวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลให้มีความยั่งยืน ไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งมีกำหนดระยะเวลารวม 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. – 15 พ.ค. ของทุกปี ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ 26,400 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อนที่สำคัญของสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด โดยเฉพาะปลาทูมีช่วงเวลาวางไข่หนาแน่นที่สุดในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี โดยกรมประมงได้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 24 มกราคม 2550 เรื่องการกำหนดห้ามใช้เครื่องมือประมงบางชนิดทำการประมงในช่วงฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน เครื่องมือประมงที่ห้ามตามประกาศฉบับนี้ อาทิ อวนลาก อวนติดตา อวนล้อมจับ อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยก เป็นต้น ซึ่งมีลงโทษ ต้องระวางโทษปรับตามขนาดเรือ ตั้งแต่ 10 ตันกรอส – 150 ตันกรอสขึ้นไป เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท – 30 ล้านบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า รวมทั้งต้องรับโทษตามมาตรการทางปกครองด้วย ส่วนการควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กองบริหารจัดการด้านการประมง ได้มีการรายงานการจับกุมการลักลอบนำเข้า/ยึดสัตว์น้ำผิดกฎหมาย จาก 24 ด่านทั่วประเทศ พบการกระทำผิดการนำเข้าสัตว์น้ำทางเรือโดยโดยไม่แจ้งขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์น้ำ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 31 และการลักลอบนำเข้าโดยบุคคล ผ่านด่านตรวจจับสัตว์น้ำที่มีทั่วประเทศ 
          นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดทุกหน่วยงานให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการติดตามเฝ้าระวังปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพอย่างชัดเจน แก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้านและยั่งยืนอีกด้วย


ข่าวการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2569"

ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานเปิด "งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" โดยมี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาววัชรี วรรณศรี

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการก... "รมช.นเรศ" เปิดโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีนสุนัข-แมว ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ จ.เชียงใหม่ — นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสห...

สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา... "รมช.นเรศ" ลงพื้นที่เวียงป่าเป้า ตรวจแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรเสียหายจากพายุยางิ — สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา 350 ไร่ ดันโครงการอ่างเก็บน้ำ เกษ...

มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้... มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น — มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้เครื่องหมาย Q ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมต่อยอด...