กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรปฏิบัติในการดูแลสุขภาพช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็น โดยรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ ไม่นอนในที่โล่งแจ้งโดยไม่มีสิ่งปกคลุมร่างกาย เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการช็อกเสียชีวิตได้ และไม่จุดตะเกียงหรือเตาถ่านในที่อับอากาศ อาจก่อให้เกิดอันตรายและเสียชีวิตได้ ไม่ดื่มสุราแก้หนาว หากดื่ม ในปริมาณมากจนเมาและเผลอหลับ โดยไม่ห่มผ้าหรือสวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเพียงพอ อาจทำให้เสียชีวิตได้
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงนี้หลายพื้นที่ ของประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวนจากอิทธิพลของบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้อากาศหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิลดลงกว่า 6 – 10 องศาเซลเซียส อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการดูแลสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็น ดังนี้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ พร้อมสวมถุงมือและถุงเท้า เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศหนาวเย็น ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ เพราะมีภูมิต้านทานโรคต่ำ หากเจ็บป่วยจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ไม่นอนในที่โล่งแจ้งโดยไม่มีสิ่งปกคลุมร่างกาย เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว การไหลเวียนของโลหิตช้าลง ร่างกายขาดออกซิเจน หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดอาการช็อกเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเสียชีวิตในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็น โดยไม่จุดตะเกียงหรือเตาถ่านให้ความอบอุ่นในเต็นท์หรือห้องที่ปิดมิดชิด พื้นที่อับอากาศ ซึ่งอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะจะสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจน จึงเกิดอาการง่วงนอนจนเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว ทำให้เสียชีวิตได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ก่อให้เกิดอันตรายได้ ไม่ดื่มสุราแก้หนาว เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่าปกติและสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น หากดื่มในปริมาณมากจนเมาและเผลอหลับ โดยไม่ห่มผ้าหรือสวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเพียงพอ อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพและเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จะช่วยป้องกันอันตรายและดำเนินชีวิตในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นเป็นไปอย่างปลอดภัย
0-2243-0674 0-2243-2200 www.disaster.go.th
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!