ลดความเสี่ยงภัยยั่งยืน ภายใต้วาระ "ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)" กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอข้อคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จะนำไปสู่การกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและภัยแล้งอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตภัยพิบัติด้านน้ำอย่างยั่งยืน
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนของประเทศไทยมาจากน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้สถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของทุกภาคส่วน จึงคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2559ประเทศไทยจะเกิดสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงและยาวนานกว่าปีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะหน่วยงานกลางของรัฐในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประทศจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2558 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยึดแผนแม่บทฯ ดังกล่าวเป็นกรอบแนวทางในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการภัยแล้งให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ในการนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง ในวันที่ 29 มกราคม 2559 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร โดยผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย บุคลากรในสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค รวมถึงบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 130 คน ซึ่งมีการบรรยายในหัวข้อสำคัญ ดังนี้ "ประเทศไทยกับวิกฤตภัยแล้ง ปี 2559 และการเตรียมความพร้อมรับมือ" และ "เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสกับแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง" รวมถึงการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง และการจัดทำแผนปฏิบัติการและงบประมาณ ระยะ 3 ปี ทั้งนี้ การประชุมฯ ครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ ความเข้าใจในสาระสำคัญของแผนแม่บทป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง รวมถึงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ยังเป็นเวทีสำคัญให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอข้อคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จะนำไปสู่การกำหนด แนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และภัยแล้งอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตภัยพิบัติด้านน้ำอย่างยั่งยืน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะได้นำข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นจากการประชุมฯ ไปปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานป้องกัน แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการภัยแล้งของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองปลอดภัยอย่างยั่งยืน ภายใต้วาระสำคัญของรัฐบาล "ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)" รวมถึงการพัฒนาตามวิสัยประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2563 "ประเทศมั่นคงประชาชนมั่งคั่ง ประชาคมยั่งยืน"
0-2243-0674 0-2243-2200 www.disaster.go.th
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!