ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า จากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ กลุ่มประเทศยูโรโซน ประเทศญี่ปุ่น และจีน ผ่านนโยบายการเงินโดยการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันนี้มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 0.05% 0.10% และ 3.18% ตามลำดับ อีกทั้ง ตลาดคาการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) มีแนวโน้มชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงเดือนมิถุนายน จากกำหนดการเดิมในเดือนมีนาคม เนื่องจากอัตราราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งกระทบต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก
บริษัทคาดว่า ในช่วงครึ่งปีแรก อัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศจะยังคงทรงตัว เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศรวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศให้เพิ่มขึ้น และรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ อีกทั้งป้องกันการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี บริษัทคาดการณ์ว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังมีโอกาสปรับขึ้นอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.75% ในช่วงครึ่งปีหลัง 2559
"อุปทานน้ำมันที่ล้นตลาดและความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลง ส่งผลกดดันทิศทางราคาน้ำมันและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทมองว่า รัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจหลักต้องเริ่มหาเครื่องมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะส่งผลเชิงบวกต่อปริมาณเม็ดเงินที่จะเข้ามาในระบบให้เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมองว่า ตลาดตราสารหนี้ก็จะเป็นหนึ่งสินทรัพย์ที่ได้รับผลดีจากสภาพคล่องล้นระบบในครั้งนี้"ดร.วิน กล่าว
ดร.วิน กล่าวเพิ่มเติม บริษัทประเมินว่า ตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทยยังคงได้รับอานิสงส์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นผลมาจากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักและเฟดเริ่มส่งสัญญาณการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่โอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายพันธบัตรยังมีอยู่ บริษัทจึงเปิดเสนอขาย กองทุน วรรณอินคัม พลัส 1Y ฟันด์ (ONE-INCOMEPLUS1Y) ระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง วันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้ เน้นลงทุนใน ตราสารหนี้ในประเทศ และมีเป้าหมายเลิกกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วย (NAV) ลงทุนปรับผ่านที่ระดับ 10.33 บาทต่อหน่วยภายใน 1 ปี ทั้งนี้ หากกองทุนไม่แตะระดับ 10.33 บาทต่อหน่วย เมื่อครบกำหนดอายุโครงการ 1 ปี กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติที่ระดับราคาเป้าหมาย 10.15 บาทต่อหน่วย ซึ่งทำให้เป้าหมายดังกล่าวมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ อีกทั้ง กองทุน ONE-INCOMEPLUS1Y จะแบ่งสัดส่วนการลงทุน 60% ตราสารหนี้ประเภท High Yield Bond ในประเทศ และ 40% ลงทุนพันธบัตรรัฐบาล โดยเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ Trading จับจังหวะการปรับขึ้นของราคาพันธบัตร
'TSILVER' กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก
บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเทรนด์เงินทุนกำลังไหลเข้ากลุ่มเทคฯ ญี่ปุ่นต่อเนื่อง หนุนกอง X-JPTOPTECH สร้างผลตอบแทนเกือบ 10% ใน 2 สัปดาห์
บลจ. ทิสโก้คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Best of the Best Awards 2026
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 6/26' วันที่ 10-17 เม.ย. 2569
Liberator จับมือ Lief Capital จัดสัมมนา "Global Market" ยกระดับนักลงทุนไทย สู่โอกาสใน 21 ตลาดหุ้นทั่วโลก
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน "TWORLD" เป็น 10,000 ล้านบาท รับความต้องการลูกค้าที่ต้องการกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
Merchant Partners จัดสัมมนาเปิดกลยุทธ์ลงทุน รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
บลจ.ทิสโก้ เพิ่มทุน TGSMART เป็น 8,000 ล้านบาทรับความต้องการลูกค้า - ชูจุดเด่นกองทุนยืดหยุ่นสูง เหมาะลงทุนช่วงภาวะสงคราม
CIMB THAI จับมือ Principal เปิดขายกองทุนลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก โอกาสสร้างพอร์ตเติบโต กระแสเงินสดสม่ำเสมอ