กาญจนบุรีเป็นจังหวัดมีสถานท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออยู่มากมาย ทั้ง "อุทยานแห่งชาติ น้ำตกเอราวัณ" ที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ หรือสะพานมอญ "สังขละบุรี" รวมไปถึงโบสถ์ใต้น้ำ วัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตตมะ) หรือบรรยากาศสุดชิว ท่ามกลางสายหมอกบาง ๆ แห่งลุ่มน้ำสามประสบ รวมทั้ง "เขื่อนศรีสวัสดิ์" ที่ว่ากันว่ามีบรรยากาศที่ดีและสวยงาม จนถูกขนานนามว่าเป็นมัลดีฟเมืองไทย
หรือหากนักท่องเที่ยวสนใจ ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาก็สามารถไปสักการะพระอัฐิ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่วัดเทวสังฆาราม ที่สามารถศึกษาพระประวัติพระองค์ท่านได้ ที่หอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวรฯ ซึ่งทำให้รู้ว่าพระองค์ท่านเกิดและเติบโตอยู่ในชุมชนใกล้ ๆ แห่งนี้ ที่มีชื่อเรียกว่า "ปากแพรก" และได้บวชเรียนอยู่ที่วัดแห่งนี้ ก่อนไปศึกษาพระธรรมต่อที่วัดบวรนิเวศวิหาร และได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ของประเทศไทย
เมื่อซึมซับข้อมูลมาจากหอพระประวัติฯ ที่ทำให้รู้ว่า "ถนนปากแพรก" ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากหน้าวัด มีความน่าสนใจ ด้วยความเป็นชุมชนเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ที่มาสร้างเมืองกาญจนบุรี ยังคงต้องมีบ้านเก่า ๆ หรือประตูไม้บานใหญ่ ๆ และมุมเก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย เป็นภาพที่เห็นแล้วก็ชวนตื่นตาและพาตื่นใจกว่าแน่นนอน เพราะบ้านเรือนเก่าของที่นี่ดูแปลกตากว่าทุกซึ่งมีทั้งบ้านแบบฝรั่ง จีน ญวน และแบบไทยเรียงรายอยู่ 2 ฝั่งถนน ตามแนวกำแพงเมืองของกาญจนบุรี
พร้อมกันบ้านเรือนบนถนนสายนี้ได้เปิดให้ผู้สนใจได้เยี่ยมชมได้ทุกวันเสาร์ พร้อมทั้งเล่าประวัติความเป็นมาของบ้านแต่ละหลังให้ฟังโดยละเอียด หรือบ้านบางหลังที่ยังไม่ได้เปิดให้เยี่ยมชม ก็มีข้อมูลแสดงไว้บนแผ่นป้ายแสดงไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าชุมชนบนถนนบางแพรก นอกจากเป็นบ้านเดิมของสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ยังเป็นบ้านเกิดและที่อยู่อาศัยของบุคคลสำคัญของไทยหลายคน ทั้งอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูล ศิลปินแห่งชาติ หมอประเวศ วะสี นักคิดนักเขียนชื่อดัง รวมทั้งพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทย ก็มีเรือนหออยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ก็คือเรื่องราวของบ้านแต่ละหลังและเรื่องราวของผู้คนที่อาศัยในชุมชนแห่งนี้ ซึ่งผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สำคัญ ตั้งแต่การตั้งเมืองกาญจนบุรี และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านแต่ละหลังยังคงถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี อย่างบ้าน "บ้านแต้มทอง" ซึ่งเป็นบ้านตึกหลังแรกของถนนปากแพรก สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยช่างชาวจีนที่พาขึ้นเรือสำเภามา ทำให้สถาปัตยกรรมจึงเป็นแบบจีน แม้เวลาผ่านมากว่า 150 ปี แต่บ้านก็ยังคงความสมบูรณ์ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ไว้เหมือนของเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์
บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์ (สิริโอสถ) เป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่น่าสนใจมาก ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านหลังนี้เปิดเป็นร้านขายของชำ และมีข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ อยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ทหารญี่ปุ่นได้มาติดต่อขอซื้อสินค้าจากนายบุญผ่องซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่ต้องขนของช่วยเชลยไปส่งที่ค่ายญี่ปุ่นจึงได้ไปเห็นความยากลำบากของเชลยชาติต่างๆที่ถูกเกณฑ์มาทำทางรถไฟ จึงแอบช่วยอย่างลับๆ เช่นแอบส่งยาแก้ไข้มาเลเรีย ส่งเครื่องมือสื่อสาร รวมทั้งแอบช่วยเชลยที่หลบหนีออกมาด้วย ทำให้หลังสิ้นสุดสงคราม ได้รับสมญานามว่า "วีรบุรษสงครามของทางรถไฟสายมรณะ" มีส่วนให้ประเทศไทยไม่ถูกปฏิบัติอย่างผู้แพ้สงคราม ซึ่งเรื่องราวของนายบุญผ่องถึงนำมาสร้างเป็นละครด้วย
และหากเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับร้านกาแฟ "บ้านสิทธิสังข์" ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ยุโรป ที่ผ่านการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นร้านขายของ เป็นสำนักงานทนายความในอดีต ปัจจุบันเปิดเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ ทว่ายังคงรูปแบบของ สถาปัตยกรรมเดิมไว้ได้อย่างสวยงาม และเมื่อถึงเวลาบ่ายๆ ก็จะเริ่มเห็นมีพ่อค้า แม่ขายทยอยนำสินค้ามาวางจำหน่ายเรียงรายอยู่สองข้างถนน เพราทุกวันเสาร์ อาทิตย์ บ่าย 4 โมงเย็น จนถึง 3 ทุ่ม ถนนปากแพรกเส้นนี้ จะจัดให้เป็นถนนคนเดิน ซึ่งเชื่อมเส้นทางตั้งแต่ถนนโต้รุ่ง ผ่านหน้าจวนผู้ว่ามาถึงหน้าเมืองและเลี้ยวเข้าถนนปากแพรก ขณะนี้สิ้นสุดบริเวณหน้าบ้านสิทธิสังข์ นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องใช้เก่า ๆ ภาพวาด งานศิลปะ หรือสินค้าเกษตร พืชผักปลอดสารพิษ ผลไม้นานาชนิด เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วงน้ำดอกไม้มัน ข้าวโพดหวาน ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของกาญจนบุรี ฯลฯ ซึ่งชาวบ้านนำมาจำหน่ายกันเอง รวมไปถึงของกิน ทั้งคราวและหวานน่ารับประทานอยู่อย่างมากมาย ทั้งเป็ดย่างเกลือ ผัดไทยโบราณ ข้าวหลาม ฯลฯ แต่ที่ถูกใจที่สุดเห็นทีจะเป็น ข้าวเกรียบปากหม้อ ที่ต้องทานกันสด ๆ ตรงนั้น ซึ่งเป็นรูปแบบของข้าวเกรียบปากหม้อของอำเภอท่าเรือ หรือขนมทองโย๊ะ ขนมไทยโบราญที่หาทานได้ยาก ก็มีจำหน่ายบนถนนเส้นนี้
นอกจากที่เที่ยว และถนนคนเดินปากแพรกแล้วกาญจนบุรียังมีเมนูอาหารที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ทุกคนมาแล้วจะต้องลองสั่งดู เพราะเป็นเอกลักษณ์อาหารของกาญจนบุรี อาทิ แกงป่าปลาคัง แกงคั่วหอยขม ต้มยำไก่บ้าน ผัดผักหวานน้ำมันหอย ฯลฯ และหากมีเวลาลองแวะมาเที่ยวกาญจนบุรี จะสมคำล่ำลือสมกับคำที่ว่า "เย็นย่ำ พาเพลิดเพลินที่ถนนคนเดิน "ปากแพรก"กาญจนบุรี
เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ "Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก" ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ
สมศ. นำร่อง "Smart Local Literacy" ต่อยอดการประเมินเพื่อพัฒนา สร้างนวัตกรรมชุมชน เสริม'ทุนปัญญา'เด็กชายขอบ-ชาติพันธุ์
ยัวซ่า แบตเตอรี่ เดินหน้ายกระดับร้านตัวแทนจำหน่ายจังหวัดกาญจนบุรี เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี พัฒนาศักยภาพ Young Smart Farmer ภาคตะวันตก สู่เกษตรกรมืออาชีพ ปี 2569
กรมประมงเชิดชูเกียรติ "นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์" เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม ปี 69 ต้นแบบเพาะพันธุ์ "กุ้งแคระสายพันธุ์ใหม่" สำเร็จรายแรกในไทย
INZENT จับมือ J&T Express ขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ รองรับธุรกิจสุขภาพยุคดิจิทัล
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี
รพ.ไทยนครินทร์ จัดกิจกรรม Thainakarin Sharing is Caring CSR ภารกิจหัวใจสีเขียว ปีที่ 5
สัมผัสโฉมใหม่ โรบินสันไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี พร้อมกองทัพแบรนด์ทันกระแสกว่า 200 ร้าน ยกระดับเมืองกาญจน์ให้ฟีลกู๊ดกว่าเดิม!