โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน รักษาไม่ทันอาจถึงตาย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          หลายครั้งที่มีคนบ่นว่าเจ็บหน้าอก เราอาจจะนึกไปถึงโรคหัวใจ แต่น้อยคนที่นึกต่อได้ว่า ที่จริงแล้วสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงที่สุดนั่นก็คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่า หัวใจวาย นั่นเอง
          สาเหตุของโรคดังกล่าว เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือด ส่วนมากเป็นผลมาจากความเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายอายุมากกว่า 45 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปี หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วกว่าปกติ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การสูบบุหรี่ ความเครียด ขาดการออกกำลังกายและโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ทำให้ปัจจุบันพบผู้ป่วย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ
          วิธีสังเกตอาการผิดปกติ ก่อนจะเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
          1. อาการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก ถือว่าเป็นอาการนำที่พบบ่อยที่สุด แต่ไม่ทุกคนที่จะมีอาการนี้ ส่วนมากลักษณะ แน่นตรงกลางหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ อาจมีปวดร้าวไปที่คอ ขากรรไกร ไหล่หรือแขนด้านซ้าย อาการเจ็บหน้าอกเป็นมากและรุนแรง มักเป็นนานติดต่อกันมากกว่า 20 -30 นาที นั่งพักไม่ดีขึ้น
          2. มีอาการเหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ในบางรายมีอาการหายใจหอบเหนื่อย จนถึงหมดสติ ไม่รู้สึกตัว โดยผู้ป่วยอาจไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอกนำมาก่อนก็ได้
ทั้งหมดนี้ถือว่า เป็นสัญญาณวิกฤตของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่ผู้ป่วยควรต้องรีบไปพบแพทย์
หรือเรียกรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที
          วิธีการรักษา 3 วิธี คือ
          1. การรักษาโดยใช้ยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะฉีดยาที่มีฤทธิ์ในการละลายเลือดที่แข็งตัว เพื่อสลายลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ที่เส้นเลือดแดงหัวใจ
          2. การรักษาโดยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ได้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาละลายลิ่มเลือด ผู้ป่วยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด พักฟื้นไม่นาน แต่ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมห้องฉีดสีสวนหัวใจ ทีมแพทย์ พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด
          3. การรักษาโดยการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ส่วนมากทำในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจตีบตันหลายเส้น และไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีอื่นได้
          อย่างไรก็ตาม มาตรฐานการรักษาทุกขั้นตอนควรทำให้แล้วเสร็จภายใน 60 -90 นาที เพื่อช่วยผู้ป่วยให้รอด พ้นจากการเสียชีวิต ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง และกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมว่าทุกนาที ที่ได้รับการรักษาช้าเท่ากับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นด้วย
 
 

ข่าวโรคความดันโลหิตสูง+โรงพยาบาลเวชธานีวันนี้

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร ลดหุ่น ลดโรค

นพ.พูล หวังวิศวาวิทย์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางการส่องกล้องและกล้องส่องผ่าตัด ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า.. "โรคอ้วน" นับว่าเป็นปัญหาสุขภาพของประชากรไทย ที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินกว่าปกติ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจ ขณะนอนหลับและโรคถุงน้ำรังไข่ เป็นต้น การพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายด้วยตนเองอาจไม่ได้ผล

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งรับมือวิกฤ... กรมอนามัย-สสส. สกัด NCDs "เปลี่ยนกลุ่มเสี่ยง ไม่ให้ป่วย" หลังพบคนรุ่นใหม่ป่วยเพิ่มขึ้น — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งรับมือวิกฤตโรค NCDs หลังพบผู้ป่วยเ...

ปัจจุบันปัญหาการบริโภคโซเดียมเกินความจำเป... ผงปรุงรสจากพืชพื้นบ้าน: นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนของชุมชน — ปัจจุบันปัญหาการบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็นเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผ...

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับฝ... ขอเชิญร่วมกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ — คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจท...