ธนาคารกสิกรไทย ลุยกระแสเชียร์บอลไทย จับมือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออก "บัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย" รับสิทธิประโยชน์มากมายและมีส่วนร่วมช่วยฟุตบอลไทยจากการสมัครบัตรช้างศึกทุก 1 ใบ ธนาคารมอบเงิน 100 บาท คาดปีแรกให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 30 ล้านบาท พร้อมประกาศผลงานครึ่งปีแรกกวาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตกสิกรไทย 25,000 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 38% ตั้งเป้าหมายปีนี้ออกบัตรเดบิตใหม่กว่า 4 ล้านใบ
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ให้บริการบัตรเดบิตที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงฐานลูกค้าที่นิยมกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งเป็นทีมขวัญใจชาวไทยที่มีผู้ติดตามจำนวนมากทั่วประเทศ จากผลงานการเล่นที่ครองใจแฟนฟุตบอลด้วยการผ่านเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชียอีกครั้งหลังจากรอคอยมานานกว่า 14 ปี
ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยออก บัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เป็นการต่อยอดการออกบัตรเดบิตสโมสรฟุตบอลที่ธนาคารได้ร่วมกับสโมสร ต่าง ๆ จำนวน 49 แห่ง ทั้งไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ออกมาให้บริการกับลูกค้าตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา และพบว่าบัตรเดบิตดังกล่าวเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของแต่ละสโมสร มียอดการออกบัตรกว่า 200,000 ใบ
บัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เป็นบัตรเดบิตที่นำสัญลักษณ์ช้างศึกของทีมฟุตบอลชาติไทยมาเป็นลวดลายบนหน้าบัตร เพื่อให้แฟนฟุตบอลทีมชาติไทยได้ครอบครอง ตอกย้ำความภาคภูมิใจและร่วมสนับสนุนทีมชาติไทยสู้ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และทัวร์นาเมนท์ในระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ไปด้วยกัน โดยลูกค้าสมัครบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทยจะได้รับสิทธิ์ซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ราคา 100 บาท ส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าออนไลน์ จองที่พักออนไลน์ หรือรูดซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมทั้งรับรับส่วนลด 5% เมื่อซื้อสินค้าภายในร้านซูเปอร์สปอร์ตที่เซ็นทรัลและโรบินสันกว่า 71 สาขา โดยจะได้รับคะแนนสะสมทุกการรูดจ่าย 25 บาท เท่ากับ 1 คะแนน และ 1,000คะแนน เท่ากับ 100 บาท ที่สำคัญคือ ทุก 1 ใบ ธนาคารกสิกรไทยจะมอบเงิน100 บาท ให้แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อใช้พัฒนากีฬาฟุตบอล โดยคาดว่าในปีแรกจะสามารถมอบเงินทุนให้กับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้สูงถึง 30 ล้านบาท และมียอดผู้สมัครบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย จำนวน 3 แสนใบ
แฟนบอลที่สนใจสามารถติดต่อสมัครบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมเป็นต้นไป เฉพาะที่ 63 สาขาของธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาในเซ็นทรัล, เดอะมอลล์, ฟิวเจอร์พาร์ค, สยามพารากอน, เอ็มควอเทียร์, ทวีกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จ.บุรีรัมย์ และธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สำนักราษฎร์บูรณะ, สำนักพหลโยธิน และสำนักแจ้งวัฒนะ และพร้อมจำหน่ายบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทยทั่วประเทศที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นไป โดยให้ลูกค้าที่สมัครบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทยแล้วได้มาสนุกกับกิจกรรมออนไลน์ โดยถ่ายรูปกับ "บัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย" แล้วติดแฮชแทค #Cheertem100 แล้วมาลุ้นการจับรางวัลทั้งบัตรเข้าชมแมทช์ประวัติศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น ที่แฟนบอลอยากจะเข้าชมมากเป็นประวัติการณ์ จำนวน 100 ใบ, เสื้อบอลพร้อมลายเซ็นทีมช้างศึก,ของที่ระลึกลิมิเต็ด เอดิชั่น พร้อมกันในวันจันทร์ที่ 5 กันยายน สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ KBankLive ทั้งทางเฟซบุ๊คและไลน์ เพื่อร่วมกิจกรรมรับของรางวัลพิเศษ ตลอดทั้งปี 2559-2560
สำหรับภาพรวมธุรกิจบัตรเดบิตในปัจจุบัน มีจำนวนผู้ถือบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตทุกธนาคาร อยู่ประมาณ 61 ล้านใบ แบ่งเป็น บัตรเดบิต 48 ล้านใบ และบัตรเอทีเอ็ม 13 ล้านใบ โดยแนวโน้มผู้ถือบัตรเอทีเอ็มจะลดลง เนื่องจากทุกธนาคารมีการผลักดันการใช้บัตรเดบิตเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบรับแนวนโยบายของภาครัฐภายใต้โครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ส่วนธนาคารกสิกรไทยมีฐานลูกค้าบัตรเดบิตจำนวน 10.5 ล้านบัตร หรือประมาณ 17.5% ของทั้งตลาด ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตในครึ่งปีแรก 2559 ภาพรวมตลาดมีมูลค่าประมาณ 66,800 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตกสิกรไทยประมาณ 25,000ล้านบาท หรือ 38% ของตลาด ครองอันดับ 1 ในด้านยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต และคาดว่าจะเติบโตมากขึ้นอีก จากการเพิ่มจุดรับชำระด้วยบัตรให้มากขึ้นและกิจกรรมกระตุ้นการใช้บัตรที่จะออกตามมาเพื่อตอบรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน โดยปี 2559ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าหมายออกบัตรเดบิตใหม่ถึงกว่า 4 ล้านใบ
พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับธนาคารกสิกรไทย ในการออก บัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้แฟนฟุตบอลทั่วประเทศได้ช่วยส่งแรงสนับสนุนมายังทีมฟุตบอลไทย นอกเหนือจากการส่งกำลังใจที่มีมาให้โดยตลอด ทั้งนี้ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีความยินดีที่ธนาคารกสิกรไทยได้ให้ความสำคัญกับกีฬาฟุตบอลและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งทีมฟุตบอลในระดับสโมสรและระดับประเทศ
สำหรับกีฬาฟุตบอลไทยในตอนนี้นับได้ว่าเดินทางมาถึงรอบที่ลึกที่สุดที่ไทยเคยทำได้ในฟุตบอลโลก ซึ่งที่มีวันนี้ได้ก็เพราะแรงสนับสนุนและกำลังใจจากคนไทยทุกคน ที่ทำให้นักฟุตบอลทุกคนมีแรงใจในการต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อเอาชัยชนะกลับมาให้คนไทยได้ภาคภูมิใจในทุกรอบการแข่งขัน ทั้งนี้ เส้นทางของทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกรอบ 12 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชีย มีนัดเตะทั้งหมด 10 นัด เป็นนัดเยือน 5 นัดและนัดเหย้า 5 นัด ซึ่งจะแข่งขันที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน โดยนัดเหย้าที่จะจัดในปีนี้จะมี 2 นัด คือ นัดระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในวันที่ 6 กันยายน และนัดระหว่างไทยกับออสเตรเลียในวันที่ 15 พฤศจิกายน ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้แก่นักฟุตบอลไทย ให้สามารถนำชัยชนะมาให้ประเทศ นอกจากนี้ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยยังมีการแข่งขันทั้งโอลิมปิกและซีเกมส์ รออยู่อีกด้วย เชื่อแน่ว่านักฟุตบอลไทยเมื่อได้รับกำลังใจจากคนไทยทุกคนแล้วจะมีแรงเก็บชัยชนะกลับมาฝากคนไทยแน่นอน
ไดกิ้นสรุปแคมเปญ "We Cheer We Care เชียร์ไทย ใส่ใจโลก" รวมพลังแฟนบอลไทย เก็บขวดรีไซเคิลกว่า 66,465 ขวด ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่เยาวชนทั่วประเทศ
เจาะสนามฝึก! AFC 'B' Coaching Certificate Course by BYD ส่องบรรยากาศกุนซือไทย ลุยติวเข้มแทกติก ปั้นโค้ชคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
เปิดรับสมัคร! Coke(R) Cup U17 Thailand Football Championship 2026 ทั่วประเทศ แบ่ง 6 โซน ชิงเงินรางวัลกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมโอกาสก้าวสู่ระดับโลก
"ตอง" - กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากตำนานผู้รักษาประตู สู่บทบาทครูผู้สร้างคน
ชาร์จพลังใหม่ให้ฟุตบอลไทย! สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จับมือ BYD เปิดอบรมโค้ช AFC 'B' License สร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
โคคา-โคล่า จัดฟุตบอลคลินิก "เสริมทักษะเยาวชน สร้างอนาคตฟุตบอลไทย" ภายใต้แคมเปญ FIFA WORLD CUP(TM) TROPHY TOUR BY COCA-COLA
ชาร์จพลังใหม่ให้ฟุตบอลไทย! สมาคมฯ จับมือ BYD เปิดคอร์สอบรมโค้ช B License สร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพสู่วงการฟุตบอลไทย
ปตท.สผ. มอบเงินสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 20 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพและยกระดับกีฬาฟุตบอลไทย