สัตวแพทยสภาฯ ชี้ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ ยังมีช่องว่าง หวั่นกระทบผู้บริโภค

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          สัตวแพทยสภาแห่งประเทศไทย จัดเสวนาระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.... พบช่องว่างหลายประการ อาจส่งผลกระทบความปลอดภัยทางอาหารและคุณภาพชีวิตคนไทยไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศ ด้านกรมปศุสัตว์รับนำไปพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไป
          ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาซึ่งล้วนเป็นนายสัตวแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันถึงข้อจำกัดของ พ.ร.บ. ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ ฉบับนี้ว่าไม่มีการพิจารณาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ทำให้บางมาตราเช่น การตรวจสอบสารตกค้างที่โรงฆ่าทั้งก่อนและหลังการฆ่านั้นยากที่ปฏิบัติได้จริง รวมถึง การอนุญาตให้นำเนื้อสัตว์ตายเองมาบริโภคได้ยังขัดกับหลักวิชาชีพการสัตวแพทย์ด้วย
          ศ.(กิตติคุณ) น.สพ. ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต อดีตประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาโรงฆ่า ในคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า แม้เจตจำนงของ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.... จะปรับปรุงเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคให้ดีขึ้น แต่กลับไม่ได้เปิดให้มีการแสดงความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เช่น สัตวแพทยสภา ทำให้พบว่าหลายมาตราไม่สามารถปฏิบัติได้จริงและจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทางอาหารของผู้บริโภค
          ในความเป็นจริง โรงฆ่าสัตว์เป็นสาธารณูปโภคซึ่งรัฐควรจัดหา ไม่ต่างกับ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปาที่ต้องหามาให้บริการประชาชน ถือเป็นสวัสดิภาพความปลอดภัยทางอาหารและการสาธารณสุขซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ ... เมื่อเอกชนเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนรัฐ รัฐควรเป็นฝ่ายสนับสนุนก็จะก่อประโยชน์สูงสุด แต่การที่กฎหมายระบุให้ต่อใบอนุญาตโรงฆ่าสัตว์ทุก 5 ปี โดยไม่จำแนกขนาดของโรงฆ่าสัตว์ และปีในการต่ออายุนั้น นอกจากจะเป็นการไม่สนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงให้เกิดการคอรัปชั่นด้วย
          นอกจากนี้ การกำหนดให้ตรวจสารตกค้างในสัตว์ก่อนฆ่าและหลังการฆ่านั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นการกำหนดขึ้นโดยไม่เข้าใจสภาพความเป็นจริงในการดำเนินการ เนื่องจากการตรวจสอบสารตกค้างในโรงฆ่าสัตว์ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อรอผลและกักกันสัตว์ 1-2 วัน ซึ่งในความเป็นจริงจะปฏิบัติตามได้ยาก เพราะโรงฆ่าสัตว์ตามกฎหมายฉบับใหม่ ต้องจัดที่สำหรับกักกันสัตว์และที่แขวนเนื้อเพิ่มเติมซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง
          ที่สำคัญ ในพ.ร.บ.นี้ไม่ได้กล่าวถึงการกำจัดซากสัตว์ไว้ และมาตรา 35 ยังเขียนให้อำนาจพนักงานตรวจโรคสัตว์ สามารถเข้าไปตรวจและอนุมัติให้มนุษย์นำสัตว์ที่ตายเองไปบริโภคได้ ซึ่งขัดกับมาตรฐานด้านสุขอนามัยสากล และขัดกับหลักวิชาชีพการสัตวแพทย์ว่าด้วยการตรวจเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค ไม่เป็นผลดีกับผู้บริโภคด้วยประการทั้งปวง
          ศ.(กิตติคุณ) น.สพ. ดร.อรรณพ กล่าวอีกว่าหากกฏหมายกำหนดให้สามารถนำสัตว์ที่ตายเองมารับประทานได้ จะสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคอาหารฮาลาลทั้งในและต่างประเทศ ด้วยว่าเนื้อสัตว์ของไทยอาจไม่ผ่านการฆ่าอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งจะกระทบถึงการส่งออกและภาคเศรษฐกิจได้ กรมปศุสัตว์จึงควรจะออกกฎกระทรวงห้ามการนำสัตว์ที่ตายเองมารับประทานโดยเด็ดขาด และอนุญาตให้แปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือเข้าโรงกำจัดซากเท่านั้น จึงจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
          ส่วน น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม รองประธานสภาอุตสาหกรรม และนายกสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวระบุการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจเนื้อสัตว์ไม่ชัดเจน ก่อให้เกิดความกังวลในเรื่องคุณสมบัติของผู้ตรวจเนื้อสัตว์ ซึ่งในทางปฏิบัติควรเป็นวิชาชีพ ขณะที่โรงฆ่าสัตว์ในประเทศมีมากถึง 2,000 แห่ง จำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจโรคสัตว์วิชาชีพไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานและอาศัยเทคโนโลยีทันสมัย ตลอดจนการขนส่งเข้าช่วยลดจำนวนโรงฆ่าสัตว์ให้เหลือน้อยลง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อมาตรา 39 ที่นำมาจากพ.ร.บ.ฉบับเดิม ซึ่งให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดโดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศโรงฆ่าสัตว์ชั่วคราว โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย เพราะจะส่งเสริมให้เกิดการตั้งโรงฆ่าสัตว์ที่ขาดมาตรฐานอย่างไม่มีการควบคุม ซึ่งขัดต่อเจตจำนงของ พ.ร.บ.อย่างยิ่ง 
          
          ด้าน น.สพ.

          สมชวน รัตนมังคลานนท์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ... มีข้อดีที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารของไทยหลายประการ อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์จะนำข้อเสนอต่างๆ ไปใช้ในการปฏิบัติงานหรือการออกกฎกระทรวงที่มุ่งสร้างความปลอดภัยของผู้บริโภค และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคปศุสัตว์และผู้บริโภคต่อไป
 

ข่าวแห่งประเทศไทย+สัตวแพทยสภาฯวันนี้

TIDA และ Modernform เปิดอีเว้นท์ดีไซน์แห่งปี "TIDA Society 2026"

ชูแนวคิด "Design Inspire, Society Connect" เชื่อมโยงเน็ตเวิร์กนักออกแบบ พร้อมขับเคลื่อนวงการมัณฑนศิลป์ไทยสู่ระดับสากล โมเดอร์นฟอร์ม (Modernform) ผู้นำด้านดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ตอกย้ำความสัมพันธ์อัน แน่นแฟ้นในฐานะพันธมิตรหลักของ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรม การออกแบบไทยสู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน พร้อมเปิดศักราชปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยงาน "TIDA Society 2026" ภายใต้คอนเซปต์ "Design Inspire, Society Connect" เวทีสำคัญที่รวมตัวเหล่านักออกแบบระดับประ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโล... วทร. 25 เวทีระดับชาติสำหรับครูไทย เชิญชวนส่งผลงานขับเคลื่อน Green STEM เพื่อโลกยั่งยืน — สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับมหาวิท...

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุน...

ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศ... วว. ร่วมเป็นเกียรติในงาน "2 กุมภาพันธ์ วันนักประดิษฐ์ @NRCT" — ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเท...