HSRx Biopharmaceutical ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนายาสูตร polyfunctional สำหรับรักษาภาวะของโรคติดเชื้อ รวมถึงภาวะของโรคเรื้อรังที่มีความสัมพันธ์กับความชรา ได้ประกาศยืนยันว่า HSRx 431(TM) ซึ่งเป็นสารต้านไวรัสที่มีศักยภาพในการเป็นยาชนิดรับประทาน (drug candidate) แบบออกฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum) ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการจัดการกับไวรัสซิกา โดยบริษัท HSRx คาดว่า จะเริ่มทดสอบกับมนุษย์ได้ในช่วงต้นปี 2560 และจะเร่งการขออนุมัติตัวยาจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA)
รูปภาพ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20160905/404133
โครงการศึกษาที่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งดำเนินการโดย SRI International ที่ศูนย์ Shenandoah Valley นั้นได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของ HSRx 431 ในการจัดการกับไวรัสซิกา ขณะที่การวิจัยประเภทเข้าสู่ร่างกาย (in vivo) ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสารดังกล่าว ในการจัดการกับการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกีและไวรัสชิคุนกุนยา โดย SRI International จะดำเนินการวิจัยตัวยา HSRx 431 สำหรับการรักษาไวรัสซิกาเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็จะมีการวางเกณฑ์วิธีทางคลินิก และยื่นเรื่องไปยัง FDA เพื่อขอทดสอบความปลอดภัยในการจัดการไวรัสซิกากับมนุษย์ด้วย
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่าเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนหรือยารักษานั้น มียุงลายสายพันธุ์ Aedes aegypti เป็นพาหะ ยุงลายสายพันธุ์นี้พบได้ในทวีปอเมริกา แอฟริกา แคริบเบียน เอเชีย และแปซิฟิก โดยฟลอริดาซึ่งมีผู้ติดเชื้อซิกาหลายร้อยราย และเปอร์โตริโกอีก 5,000 รายเป็นพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้แจ้งไว้ว่า ยุงลายสายพันธุ์ Aedes นี้พบเห็นได้ในประมาณ 30 รัฐทั่วประเทศ ส่วนนพ.แอนโทนี ฟาวซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIAID) ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในปีหน้าประชาชนชาวเปอร์โตริโกสัดส่วน 25% จากทั้งหมด 3.55 ล้านคน คาดว่า จะติดเชื้อไวรัสซิกา
ดร.ฟาวซี และนพ.เดวิด เอ็ม มอเรนส์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านวิทยาศาสตร์ประจำ NIAID ได้เขียนลงในวารสาร New England Journal of Medicine ไว้ว่า: "ในแง่ของการรักษาโรค การแพร่ระบาดของไวรัสที่มีแมลงเป็นพาหะบ่งชี้ว่า แนวทางการรักษาแบบ one-bug-one-drug นั้นยังไม่เพียงพอ โดยขณะนี้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ในการพัฒนายาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์กว้าง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการจัดการกับไวรัสทุกชนิด"
ดร. โจชัว คอสติน นักวิทยาไวรัสและผู้อำนวยการฝ่ายชีววิทยาของ HSRx กล่าวว่า HSRx 431 ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว โดยแสดงความเห็นว่า "นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเหตุผลเพิ่มเติม นั่นคือ การอนุมัติวัคซีนต้านทานเชื้อไวรัสซิกาอาจจะมีความยุ่งยากและล่าช้า หากการวิจัยใหม่ๆพบว่า ความเกี่ยวข้องระหว่างเชื้อไวรัสซิกา/ไข้เลือดออก เป็นเรื่องจริง" ดร. ฟาวซี กล่าวว่า "อย่างเร็วที่สุดเราจะมีวัคซีนก็คือในปี 2561 หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น"
โดยปกติ ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นจากการติดเชื้อจะช่วยให้สร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นตามมา แต่ Antibody Dependent Enhancement (ADE) ซึ่งได้มีการรายงานเป็นครั้งแรกว่า ADE เป็นทฤษฎีโดยนายแพทย์สก็อตต์ อัลสเตด หัวหน้าหน่วยงานเกี่ยวกับการแพร่เชื้อไวรัสโดยยุงนั้น ADE ทำให้ไวรัสไข้เลือดออกก่อให้เกิดการติดเชื้อต่างๆตามมา ซึ่งภูมิต้านทานจะทำให้อาการเจ็บป่วยมีความรุนแรงมากขึ้น การวิจัยที่สมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า เซรั่มสำหรับมนุษย์ที่มีภูมิต้านทานไวรัสไข้เลือดออกทำให้การติดเชื้อซิกามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็น 200 เท่า CDC ระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อไข้เลือดออก และมีประชาชนที่ติดเชื้อ 400 ล้านคนในแต่ละปี ไวรัสไข้เลือดออกมีถิ่นกำเนิดมาจากเปอร์โตริโก ละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะแคริบเบียน และคาดว่า จะแพร่ระบาดเข้าสู่สหรัฐในอีกไม่นานเช่นเดียวกับซิกา
โธมัส ซัลลิแวน จูเนียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HSRx อธิบายว่า "เราได้จดสิทธิบัตรเฉพาะ HSRx 431 เท่านั้น และจดร่วมกับ Oseltamivir (Tamiflu(TM)) และยาต้านไวรัสอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ HSRx 431 เป็นยาต้านไวรัสหลายตัวที่ดีที่สุดในการรักษาและป้องกันการติดเชื้อไวรัสหลายอย่างได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งรวมไปถึง ไวรัสซิกา ไวรัสไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา ไข้หวัดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องระบุสารที่เป็นสาเหตุ CDC ระบุว่า "มีประชาชนหลายล้านคนเจ็บป่วย หลายแสนคนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และหลายหมื่นคนเสียชีวิตจากไข้หวัดในสหรัฐในแต่ละปี การผสมผสานยา HSRx 431 เข้ากับ Oseltamivir จะช่วยพัฒนายาต้านทานไวรัสที่ทั่วโลกต้องการ ยารับประทาน และต่อต้านไวรัสหลายชนิดที่มีอายุการใช้งานและอายุสิทธิบัตรที่ยาวนาน"
HSRx Biopharmaceutical เป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ในรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนายาสูตร polyfunctional ที่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหม่ในการรักษาโรคด้วยยา โดยยาสูตรผสมของ HSRx เจาะจงไปที่หลายโมเลกุลเป้าหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาวะของโรค ไม่ใช่แค่โมเลกุลเป้าหมายเดียวเหมือนยารักษาโรคทั่วไป จึงก่อให้เกิดยาที่สามารถรักษาภาวะของโรคได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่อาการของโรคเพียงอาการใดอาการหนึ่ง ยาสูตร polyfunctional ชนิดรับประทานนี้ ได้รับการรับรองทางคลินิกว่ามีความปลอดภัยมากกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าในการรักษาภาวะของโรคเรื้อรังและโรคติดเชื้อหลายประเภท HSRx ใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทในการค้นหาและเก็บสารอาหารที่ช่วยจัดการกับโรคทั้งหลายในอาหารที่ผ่านมาตรฐาน GRAS พร้อมผนวกรวมส่วนประกอบเหล่านี้เข้ากับกลุ่มยาสามัญที่ผ่านการรับรองจาก FDA จนก่อเกิดยาสูตรผสมอันทรงพลังที่มีอายุสิทธิบัตรยาวนาน โดยผลการวิจัยทางคลินิกซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาสูตรผสมของ HSRx กับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาสามัญที่ได้รับความนิยมในตลาดนั้น พบว่า ยาสูตรผสมของ HSRx มีประสิทธิภาพเหนือกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HSRxBiopharmaceutical.com
ติดต่อ:
Matt Russell
Russell Public Communications
โทร. +1-520-232-9840
อีเมล: [email protected]
กทม.ปรับปรุงระบบจัดการด้านสาธารณสุขเขตเมือง เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก
กทม.รุกป้องกันควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ แนะปฏิบัติตามมาตรการ 5 ป.
สคร. 12 สงขลา เตือนหน้าฝน เสี่ยงป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา เน้นย้ำ หญิงตั้งครรภ์ ป้องกันอย่าให้ยุงลายกัด
กทม.พัฒนาปรับปรุงระบบจัดการด้านสาธารณสุขเขตเมือง พร้อมเฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ
สคร.12 สงขลา แนะสังเกตสัญญาณอันตรายโรคไข้เลือดออก หลังจากไข้ลด แล้วมีอาการปวดท้องข้างขวา คลื่นไส้ เบื่ออาหาร มีผื่นขึ้นใต้ผิวหนัง ให้รีบพบแพทย์ทันที
เตรียมความพร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดรุ่นใหม่ รับมือความท้าทายโรคระบบทางเดินหายใจในไทย
"ไข้หวัดใหญ่" ใกล้ถึงฤดูระบาด เร่งป้องกันด้วยวัคซีน ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด
สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันวัณโรคสากล 24 มีนาคม 2569 Yes! We Can End TB "ยุติวัณโรค เราทำได้"
แอกซ่าประกันภัยส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมรับมือวิกฤต PM2.5