บลจ.วรรณ ระบุ สาเหตุดัชนีปรับตัวลงลึกหลักๆมาจากแรงขายทำกำไรหลังหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาก ประเมินกรอบ สัปดาห์นี้ 1,480-1,530 จุด แนะให้ติดตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมธนาคารกลางยุโรป 8 ก.ย.นี้
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวลดลง โดยหลักๆ มองว่า มาจากแรงขายทำกำไรหลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลให้มูลค่าหุ้นไทยเริ่มแพง เมื่อเทียบผ่านระดับ PE กับค่าเฉลี่ยในภูมิภาค โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 23/08/2016 ค่า PE ไทยอยู่ที่ 16.29 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 14.98 เท่า
ประกอบกับ ก่อนหน้านี้มีความกังวลของนักลงทุนว่าจะเกิดแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทย หลังจากที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เผชิญกับแรงขายนำในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งยังคงมีความกังวลเรื่องธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. 59 แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payroll) จะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์และต่ำกว่าเดือนที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งยังเป็นประเด็นที่คงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะจะส่งผลต่อเม็ดเงินทุนต่างชาติ โดยคาดว่าดัชนี SET ในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวในกรอบ 1,480-1,530 จุด ทั้งนี้ มองว่าหากดัชนีฯ ต่ำกว่าระดับ 1,500 จุด เป็นโอกาสในการทยอยซื้อสะสมในหุ้นไทยเพื่อลงทุนในระยะกลางถึงยาวได้
"ในภาวะที่ตลาดยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ โดยนักลงทุนเริ่มเห็นแตกต่างกัน 2 ทาง คือ มีทั้งส่วนที่คาดว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. นี้และไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ก.ย. 59 ส่งผลให้ตลาดมีความผันผวน อย่างไรก็ดี ด้วยตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 8 ก.ย. นี้ ยังเป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยสนับสนุนตลาดได้บางส่วนซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบให้เพิ่มขึ้น" นายมณฑล กล่าว
นายมณฑล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านราคาน้ำมัน คาดว่าปัจจัยกดดันด้านราคาน้ำมันอาจผ่อนคลายลง เนื่องจากปริมาณการผลิตส่วนเกินน่าจะจำกัดมากขึ้นหลังประเทศรัสเซียเริ่มมีท่าทีเป็นผู้นำในการตรึงกำลังการผลิตในปัจจุบันและประเทศสหรัฐฯ น่าจะปรับลดปริมาณการผลิตลง 5-6 แสนบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากจะส่งผลต่อการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐและทิศทางค่าเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากอาจกระทบต่อราคาน้ำมันดิบได้
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ - อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF - CPNCG - DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*)
FUTURERT เตรียมจ่ายเงินปันผล ครั้งที่ 5 ในอัตรา 0.122869 บาทต่อหน่วยและเงินลดทุนชำระแล้ว ในอัตรา 0.1471 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone
QHHRREIT ปลื้ม! นักลงทุนแห่จองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวันแรกแน่น รับกระแส Hospitality REIT ขาขึ้น มั่นใจศักยภาพทำเล Super Prime CBD 'ชิดลม-หลังสวน'
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1