กรมพัฒนาที่ดินจัดทำโปรแกรมทั้งสองตัวนี้ด้วยวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันและการแยกเป็นสองโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมมีประสิทธิภาพในการประมวลผลโดยรวมสูงขึ้น
ในการใช้งานนั้นเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ควรใช้แอพพลิเคชั่น LDD Soil Guide ในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ก่อนเพื่อให้ทราบสมบัติและลักษณะของดินพิจารณาความเหมาะสมและข้อจำกัดตลอดจนแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยของดินนั้นๆ หากเกษตรกรและเจ้าหน้าที่สามารถหาแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยได้ตามต้องการ และสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงในพื้นที่แล้ว ก็สามารถนำคำแนะนำนั้นไปปรับใช้ได้ทันที
โฆษกกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในคำแนะนำที่อาจจะไม่ตรงกับสภาพปัจจุบันเนื่องจากมีการใช้ที่ดินอย่างเข้มข้นหรือคาดการณ์ว่ามีปุ๋ยตกค้างมากก็สามารถเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ได้ ซึ่งเมื่อมีการส่งตัวอย่างดินวิเคราะห์ และได้รับผลวิเคราะห์ดินแล้วผลวิเคราะห์นั้น จะมีคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยประกอบมาด้วย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
ทั้งนี้ หากเกษตรกรยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการปรับผลวิเคราะห์ดินใช้ในกรณีอื่นๆนอกเหนือจากที่ผู้วิเคราะห์ดินแปลผลให้ก็สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้โปรแกรมปุ๋ยรายแปลงเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบข้อมูลและคำนวณการผสมปุ๋ยได้
สำหรับ LDD Soil Guide นอกจากใช้บนโทรศัพท์มือถือแล้วสามารถใช้ในบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ทาง http://lddsoilguide.ldd.go.th/soilguide/#/app/map
พด. พลิกวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ “ขุดบ่อ นอนนา พาคนเมือบ้าน”
ปตท. – กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมมือพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มุ่งสร้างความเข้มแข็ง ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จากผืนดินแห้งแล้ง สู่แหล่งน้ำแห่งโอกาส พด. ชูแหล่งน้ำในไร่นาฯ เพิ่มรายได้ หนุนเกษตรยั่งยืน
กรมพัฒนาที่ดิน พามารู้จักดินตื้น และแนวทางจัดการดินตื้นเพื่อการเพาะปลูก
ภาพข่าว: ผู้ตรวจฯเบญจพร เปิดสัมมนาฯ