บลจ.วรรณ ชี้ ภาพการลงทุนเข้าสู่โหมดลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง หลังผลโพลสำรวจโอกาสที่อังกฤษจะออกจากสมาชิกกลุ่มยูโรเริ่มขยับเพิ่มขึ้นเกิน 50% แนะติดตามถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐและผลการประชุมธนาคารกลางของประเทศอินโดนีเนียในสัปดาห์นี้ อาจส่งผลต่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. ในสัปดาห์หน้า โดยประเมินกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ 1400-1450 จุด
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่โพลสำรวจความคิดเห็นก่อนการลงประชามติเรื่องการออกจากสมาชิกภาพในกลุ่มยูโรของประเทศอังกฤษ โดยคะแนนเสียงด้านสนับสนุนให้ประเทศอังกฤษออกจากสมาชิกภาพกลุ่มยูโรขยับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 55% : 45% ซึ่งการลงประชามติจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ได้ส่งผลให้ตลาดเริ่มกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มที่ประเทศอังกฤษจะออกจากประเทศสมาชิกภาพ และเริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ ค่าเงินในสกุลยูโร และ สกุลเงินปอนด์อังกฤษ โดยเพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฟรังก์สวิต(ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) และ เยน (ประเทศญี่ปุ่น) โดยค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะจุดต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพการลงทุนตลาดหุ้นภูมิภาครวมถึงตลาดหุ้นไทย ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหนึ่ง
"ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวลดลง โดยนักลงทุนเริ่มกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น หลังตลาดเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มเติม โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,400 –1,450 จุด อีกทั้งมองว่า กระแสเงินทุนต่างชาติจะเริ่มลดลง หลังจากตั้งแต่ต้นเดือนเงินทุนต่างชาติได้ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยมาตลอด เนื่องจากยิ่งใกล้วันลงประชามติประกอบกับมีผลโพลสนับสนุนให้ประเทศอังกฤษออกจากสมาชิกภาพยูโร ทำให้นักลงทุนมีความกังวลต่อปัจจัยที่ไม่แน่นอน และเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้ง ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้เริ่มปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะกระทบต่อหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย
ในส่วนของค่าเงินของไทยนั้น ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามภูมิภาค แต่ผมมองว่าไม่ได้เป็นการอ่อนค่าลงจากความไม่เชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น ไม่น่าจะอ่อนค่าลงแบบรุนแรง" นายมณฑล กล่าว
สำหรับภาพการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐที่ปรับตัวต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ซึ่งเป็นผลสะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในสัปดาห์นี้จะมีผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งบริษัทมองว่า ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการดำเนินนโยบายทางการเงินของสหรัฐในระยะถัดไป อีกทั้งจะมีการประชุมธนาคารกลางของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทจะให้น้ำหนักในการติดตามผลการประชุมของประเทศอินโดนีเซียในรอบนี้ เนื่องจากมองว่า หากธนาคารกลางอินโดนีเซียมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง อาจเป็นสัญญาณกดดันให้กับคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของไทยพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตาม เพื่อรักษาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศไม่ให้แตกต่างกันมากจนเกินไป ทั้งนี้ การประชุมของกนง.จะมีขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายนนี้
บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท
บลจ.เกียรตินาคินภัทร ปั้น 2 กองทุนหุ้นยุโรป KKP EUROPE-H และ KKP EUROPE-UH คัดหุ้นคุณภาพพร้อมโอกาสเติบโตไปกับเศรษฐกิจยุโรป IPO วันที่ 21 - 29 มกราคมนี้
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน TEMxCH เป็น 3,000 ล้านบาท ชี้ตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีนกำไรโตแกร่ง ราคาน่าสนใจ
บลจ. ไทยพาณิชย์ สานต่อความสำเร็จ เปิดกองทุนใหม่ SCBCR1YAE กับกลยุทธ์ลดความเสี่ยงขาดทุนเงินต้น
InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์ "CN23" และ"CNSTAR5023" เสริมพอร์ตลงทุนจีน ครบทั้งเศรษฐกิจรากฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในจังหวะมูลค่าน่าสนใจ
บลจ.อีสท์สปริง ประเดิมต้นปีจ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย "ES-JB25DIV และ ES-JBPDIV" รวมมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ดีเดย์ 16 ม.ค. 69 นี้
บลจ. ไทยพาณิชย์ เปิดตัวกองทุน SCBUSDINC ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund เน้นตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลก เพิ่มทางเลือกรับผลตอบแทนในสกุลเงิน USD เสนอขายวันที่ 13 ม.ค. 69 - 19 ม.ค. 69
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TROBOTICS ลงทุนธุรกิจเกี่ยวข้องกับ "หุ่นยนต์" - เทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก