นางเสาวนีย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ มีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และมีผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมคณะทำงาน UPR สมัยที่ ๒๕ ได้กำหนดจะนำเสนอรายงานทบทวนสิทธิมนุษยชนของประเทศตามกลไก UPR รอบที่ ๒ ซึ่งกระบวนการ UPR เป็นกลไกการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนรายประเทศภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ในรูปแบบของการทบทวนโดยรัฐกันเอง (Peer Review) โดยแต่ละรัฐจะรับฟังข้อเสนอแนะจากรัฐอื่นๆ ด้วยการพิจารณาตอบรับข้อเสนอแนะ รวมถึงประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ และนำมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในประเทศ อีกทั้งกำหนดให้รายงานผลการดำเนินการให้แก่คณะทำงาน UPR ทราบทุก ๔ ปีครึ่ง
นางเสาวนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกระบวนการ UPR เนื่องจากเป็นกลไกที่สร้างสรรค์สมาชิกสหประชาชาติทุกประเทศเข้าร่วมรายงานอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น และมีโอกาสให้ข้อคิดเห็นกับประเทศอื่นๆ ซึ่งประเทศไทย ได้นำเสนอรายงานรอบที่ ๑ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ โดยได้รับข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปฏิบัติทั้งสิ้น ๑๓๔ ข้อ และประกาศคำมั่นโดยสมัครใจอีก ๘ ข้อ นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอรายงานความคืบหน้าช่วงกลางรอบเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๗ โดยสมัครใจ และได้ส่งรายงานประเทศตามกลไก UPR รอบที่ ๒ ให้แก่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ โดยรายงานดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการจัดทำโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงได้รับฟังความเห็นจาก ภาคประชาสังคม หารือรับฟังความเห็นในต่างจังหวัด โดยรายงานมีสาระครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยอย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนของสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิของ กลุ่มเปราะบางต่างๆ โดยนำเสนอทั้งพัฒนาการ ความสำเร็จ ความท้าทาย และทิศทางในอนาคต สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่คาดว่าจะถูกหยิบยกในการนำเสนอรายงานครั้งนี้ เช่น การปราบปรามการค้ามนุษย์ (รวมถึงการช่วยเหลือผู้เสียหาย/คดีในศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์) พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๕๕๙ การจดทะเบียนเด็กแรกเกิด (รวมทั้งเด็กในกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้หนีภัย และผู้มีปัญหาสถานะ) การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๖๔) เป็นต้น
"อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะมีบทบาทสำคัญในการรายงาน ผลดำเนินงานในการส่งเสริมสิทธิของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และ กลุ่มเปราะบางทางสังคม รวมถึงการดำเนินการด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทย และพร้อมที่จะรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จากทุกประเทศ เพื่อจะนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต่อไป" นางเสาวนีย์ กล่าวในตอนท้าย
หลักสูตรไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ สู่อาชีพสร้างรายได้ คืนความเท่าเทียมผู้พิการ ความสำเร็จจากโครงการ Heart to Heart โดย อำพลฟูดส์ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
หลักสูตรไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ สู่อาชีพสร้างรายได้ คืนความเท่าเทียมผู้พิการ ความสำเร็จจากโครงการ Heart to Heart โดย อำพลฟูดส์ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โรงงานน้ำตาลในกลุ่ม KTIS รับโล่รางวัล CSR Award 2025
"ศรีตรังโกลฟส์" เดินหน้าธุรกิจเคียงข้างสังคม คว้ารางวัล CSR Award 2025 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
การเคหะแห่งชาติส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกระทรวง พม. หวังช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
กลุ่มบริษัท ยูนิเวนเจอร์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
"วราวุธ" รมว.พม. ชวนสืบสานภูมิปัญญาชาวเล-มานิ มรดกแห่งชาติพันธุ์
ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จุดเปลี่ยนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ความยั่งยืน
UNFPA-สสส. ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคี 8 หน่วยงาน ปลดล็อกแพลตฟอร์ม SoSafe เดินหน้ายกระดับสุขภาพและความปลอดภัย ผ่านการพัฒนาชีวิตทุกช่วงวัย สำหรับทุกกลุ่ม ทุกเพศและทุกวัย