ปตท. แจงแนวทางการจัดการคุณภาพก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าจะนะ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความร่วมมือนับตั้งแต่แรกในการนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเจดีเอ เอ-18 พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย มาใช้ประโยชน์ในโรงไฟฟ้าจะนะเมื่อปี 2551 โดยการเจาะหลุมผลิตใต้ดิน ณ แหล่งเจดีเอ เอ-18 พบว่าหลายหลุมผลิตมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) แตกต่างกัน ดังนั้นในสัญญาซื้อก๊าซฯ กับผู้ผลิตก๊าซฯ จึงมีการกำหนดปริมาณ CO2 ไม่เกินร้อยละ 23 ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกับสัญญาซื้อก๊าซฯ กับผู้ผลิตก๊าซฯ รายอื่นๆ โดยในกรณีของแหล่งเจดีเอ เอ-18 ได้มีการหารือแผนดำเนินการที่เหมาะสมไว้แล้ว
          ทั้งนี้ คุณภาพก๊าซฯ จากแหล่ง เจดีเอ เอ-18 ในช่วงแรกมีปริมาณ CO2 ไม่เกินร้อยละ 18 ดังนั้น กฟผ. และ ปตท.จึงเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้ก๊าซฯ โดยไม่ผ่านโรงแยกก๊าซฯ และไม่ลงทุนติดตั้งหน่วยแยกCO2 ตั้งแต่ต้น เพื่อชะลอภาระต้นทุนของผู้ใช้ไฟฟ้า โดย ปตท. ได้ใช้ข้อมูลที่ดีที่สุดในขณะนั้น ประมาณการคุณภาพก๊าซฯ ให้ กฟผ. เพื่อใช้ในการออกแบบและประมูลโรงไฟฟ้า รวมทั้งมีการตกลงกำหนดแนวทางการดำเนินการไว้ในสัญญาซื้อขายก๊าซฯ ระหว่างกันว่า หากในอนาคตคุณภาพก๊าซฯ เปลี่ยนแปลงไปตามที่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้ จะมีการติดตั้งหน่วยแยก CO2 ในภายหลัง
          ปัจจุบัน เมื่อพบว่าคุณภาพก๊าซฯ สำหรับโรงไฟฟ้าจะนะมีแนวโน้มปริมาณ CO2 เพิ่มสูงขึ้น กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปตท. และ กฟผ. ได้หารือร่วมกัน และกำหนดแนวทางในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้สามารถรับก๊าซฯ ที่มีปริมาณ CO2 สูงขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและใช้ระยะเวลาดำเนินการสั้นกว่าการติดตั้งหน่วยแยก CO2 ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและก่อให้เกิดต้นทุนต่อประเทศต่ำที่สุด เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
          "การนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย มาใช้งานตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่งคงด้านพลังงาน แม้ว่าคุณภาพก๊าซฯในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ก็สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า รวมทั้งปัจจุบัน กระทรวงพลังงานได้ให้ความอนุเคราะห์ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าการจัดการคุณภาพก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าจะนะจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายน้อยที่สุด" นายวุฒิกรกล่าวเสริมในตอนท้าย


ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย+การไฟฟ้าฝ่ายผลิตวันนี้

THCloud.AI เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเสริมศักยภาพบุคลากรในองค์กร ผ่านการจัด Workshop เชิงลึกด้าน Agentic AI การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

THCloud.AI ขอขอบคุณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเสริมศักยภาพบุคลากรในองค์กร ผ่านการจัด Workshop เชิงลึกด้าน Agentic AIWorkshop ครั้งนี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐานไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลัก: พื้นฐาน AI ด้วย OpenWebUI: เรียนรู้การใช้งานและการประยุกต์ AI ในระดับองค์กร ออกแบบ AI Agent และระบบ Multi-Agent ด้วย n8n: ฝึกสร้าง AI Agent และเชื่อมต่อ workflow อัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์ม n8n พัฒนา MCP Tools และ

ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงส... Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้" — ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงสว่างแห่งโอกาส ณ โรงเรียนเพียงหลว...

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้... Dow หนุนเวที First Tech Challenge เฟ้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ทีมไทย ลุยชิงแชมป์โลก — กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Ma...

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำก... KBank ผนึก แสนสิริ - EGAT - INNOPOWER - ION สนับสนุนลูกบ้านสร้างรายได้จากโซลาร์ ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass — ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหา...