GIZ ร่วมกับ สผ. จัดสัมมนาสรุปผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 22 (COP 22) เดินหน้าร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงปารีส
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยจากการแทรกแซงของมนุษย์ที่เป็นอันตรายต่อระบบภูมิอากาศ ทั้งนี้ รัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ จะมีการประชุมใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 21 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่ประชุมได้มีการรับรองความตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมของประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ (1) เพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า ๒ องศาเซลเซียส และมุ่งพยายามให้ไม่เกิน 1.5องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม (2) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวและการส่งเสริมความสามารถในการฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และ (3) เพื่อทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนที่มีความสอดคล้องกับแนวทางที่นำไปสู่การพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและสร้างความสามารถในการฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีรายละเอียดครอบคลุมการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสนับสนุนทางการเงิน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนา กรอบการรายงานข้อมูลการดำเนินงานและการให้การสนับสนุนอย่างโปร่งใส และการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก (global stocktake)
สำนักงานนโยบายฯ ร่วมกับสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อนและเสริมสร้างศักยภาพภายหลังข้อตกลงใหม่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อทำการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการมีผลใช้บังคับของความตกลงปารีส และได้จัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงปารีส ซึ่งได้เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เพื่อจะนำความเห็นมาปรับปรุงให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินการภายใต้กรอบความตกลงปารีส ตลอดจนการเชื่อมโยงการดำเนินงานต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป