คุณครูคว้าอันดับหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2560 แซงคุณหมอแชมป์ 7 สมัย

16 Jan 2017
กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยเผยผลสำรวจ "อาชีพในฝันของเด็กไทย" ครั้งที่ 8 ปี 2560 จากการสอบถามเด็กไทยอายุระหว่าง 7-14 ปี พบว่าอาชีพครูมาแรงแซงอาชีพแพทย์ที่ครองแชมป์อย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมาโดยในปีนี้ตกลงไปอยู่ในอันดับสอง อาชีพที่เด็กๆ คิดว่าเท่ที่สุดคือทหาร ไอดอลในดวงในของเด็กไทยยังคงเป็นคุณพ่อคุณแม่
คุณครูคว้าอันดับหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2560 แซงคุณหมอแชมป์ 7 สมัย

กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยเผยผลการสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยประจำปี 2560 พบว่า อาชีพครูได้รับเลือกขึ้นครองอันดับหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กไทย โดยเด็กส่วนใหญ่ให้เหตุผลที่อยากเป็นคุณครูเพราะอยากมอบ ส่งต่อ แบ่งปันความรู้ให้เด็กๆ และสอนให้เด็กเป็นคนดี อดีตแชมป์ 7 สมัยอย่างแพทย์ตกลงไปอยู่ในอันดับสองโดยมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่างกันมากนัก อาชีพในฝันอันดับรองลงมาคือ ทหาร นักกีฬาและตำรวจตามลำดับ ปีนี้เทรนด์อาชีพนักกีฬายังคงแรงต่อเนื่องติดอันดับ 1 ใน 5 โดยเด็กๆอยากเป็นนักกีฬาเพราะมีพื้นฐานมาจากความชอบเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังได้ออกกำลังกายและมีรายได้ดี นอกจากนี้ยังมีเด็กหลายคนที่อยากประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพราะอยากดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทและพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงอยากรับราชการเพราะอยากเป็นทหารของพระราชาอีกด้วย

ในปีนี้มีหลายอาชีพใหม่ๆที่เด็กไทยให้ความสนใจ เช่น อนิเมเตอร์ อาชีพนักออกแบบและสร้างภาพการ์ตูนแบบเคลื่อนไหว) เพราะชอบดูการ์ตูน นักแคสเกม (ผู้ที่นำเกมมาทดสอบหรือเล่นและอัดคลิปวิดีโอให้ผู้ชมดูผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Youtube) เพราะชอบเล่นคอมพิวเตอร์ เด็กคนหนึ่งอยากทำงานกู้ภัยเพราะเป็นอาชีพที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือประชาชน ในขณะที่เด็กคนหนึ่งฝันอยากเป็น CEO ของบริษัทระดับโลกเพราะยังไม่เคยเห็นนักธุรกิจไทยติดอันดับโลกจึงอยากทำให้ได้เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้ถึงศักยภาพคนไทยว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก

เมื่อถามถึงอาชีพที่คิดว่าเท่ที่สุดหรือดีที่สุด อันดับหนึ่งคืออาชีพทหาร รองลงมาคือ ตำรวจ แพทย์ นักฟุตบอลและคุณครูตามลำดับ ในปีนี้คำตอบของน้องๆค่อนข้างหลากหลาย เช่น อาชีพในฝันเป็นคุณครู แต่อาชีพที่คิดว่าเท่ที่สุดคือทหาร หรืออาชีพในฝันคือทหาร แต่กลับคิดว่าอาชีพที่เท่ที่สุดคือนักฟุตบอล แต่ยังมีบางส่วนที่คำตอบสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เช่น อาชีพในฝันคือนักกีฬา อาชีพที่เท่ที่สุดคือนักฟุตบอล ด้านเงินเดือนที่เด็ก ๆ อยากได้มากที่สุดคือ 15,000-30,000 บาท โดยเงินเดือนสูงสุดที่อยากได้คือ 90,000,000 บาท เงินเดือนต่ำที่สุดที่อยากได้คือ 0 บาทจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าหากน้องๆได้ทำในสิ่งที่ชอบก็ไม่จำเป็นต้องได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบเงินเดือนเยอะแต่จะได้เป็นความสุขใจที่ได้ทำในสิ่งที่รักตอบแทน

สิ่งที่เด็กๆ อยากทำหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีคือ พัฒนาประเทศชาติ ช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือคนยากจนและปฏิรูปการศึกษา เด็กหลายคนบอกว่าจะให้เรียนหนังสือฟรีและรักษาโรคฟรี โดยคำตอบของเด็กส่วนใหญ่นั้นล้วนมุ่งไปตอบโจทย์เดียวกันนั่นคืออยากให้ประชนชนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง สำหรับไอดอลในดวงใจของเด็กไทยอันดับหนึ่งคือ คุณพ่อคุณแม่ โดยให้เหตุผลว่า คุณพ่อคุณแม่เป็นคนดีคนเก่งที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กและช่วยสอนให้เป็นคนดี ไอดอลในดวงใจของเด็กๆอันดับสองคือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดชหรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยให้เหตุผลว่าพระองค์ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถ อุทิศตนพื่อช่วยเหลือประชาชนและเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนี้ไอดอลในดวงใจเด็กไทยอันดับสามคือ คริสเตียโน โรนัลโดนักฟุตบอลสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดและทีมชาติโปรตุเกส ตามด้วยเบิ้ล ปทุมราช นักร้องและนักแต่งเพลงลูกทุ่งผู้มากความสามารถ ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลชื่อดังระดับโลกทีมชาติอาร์เจนตินาตามลำดับ

สำหรับวิชาเรียนที่เด็กๆชื่นชอบมากที่สุด คือ วิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือวิชาพลศึกษา ภาษาไทย คอมพิวเตอร์และวิชาภาษาอังกฤษ ด้านกิจกรรมวันหยุดที่น้องๆส่วนใหญ่ชอบทำคือการเล่นในวันหยุด ไม่ว่าจะเป็น เล่นเกม เล่นฟุตบอล เล่นกับเพื่อน รองลงมาคือชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยว เล่นโทรศัพท์และดูโทรทัศน์ จากคำตอบของน้อง ๆ ในปีนี้เห็นเทรนด์ของเทคโนโลยีที่ทำให้เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนตั้งแต่อายุยังน้อย คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ง่าย เมื่อถามว่าอยากอยู่ประเทศไหนมากที่สุดในโลก ประเทศไทยยังคงเป็นที่หนึ่งในใจเด็ก ตามมาด้วยประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสตามลำดับ

คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค–ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย กล่าวว่า "จากผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2560 พบว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่อาชีพในฝันของเด็กไทยเปลี่ยนจากแพทย์ที่ครองอันดับหนึ่งมาถึง 7 ปีกลายมาเป็นอาชีพครู โดยเห็นแนวคิดของเด็กๆที่ต้องการถ่ายทอดความรู้และมุ่งมั่นที่จะสอนให้ผู้อื่นเป็นคนดี สอดคล้องไปกับคำตอบของเด็ก ๆ ที่ว่าหากได้เป็นนายก นอกจากอยากช่วยเหลือประชาชนแล้วยังอยากจะพัฒนาการศึกษาและให้เรียนฟรี แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับการศึกษา ดังนั้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมมือกันพัฒนาด้านการศึกษาควบคู่ไปกับจริยธรรมเพื่อให้เด็กไทยทั้งเก่งและเป็นคนดี ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตที่ยังยืนของประเทศไทย"