นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินการผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย
1) การทวนสอบระบบรับรองการผลิตเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทำแผนสุ่มตรวจสินค้า โดยเฉพาะผักและผลไม้ในตลาด โดยในปี 2559 มีการสุ่มตัวอย่างผลผลิตที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GAP จากแหล่งผลิตและจำหน่ายรวม 9,483 ตัวอย่าง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเกษตรกรยังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดในระบบ GAP พร้อมกับพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างให้สามารถตรวจสอบชนิดสารได้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิม 140 สาร เพิ่มเป็น 172 สารในปีนี้อีกด้วย
2) การให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้สารที่ถูกต้อง รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรรู้จักการลดการใช้สารเคมี ผ่านระบบการบริหารจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน โดยการใช้ชีวภัณฑ์มาเพิ่มเฉพาะในส่วนที่จำเป็น ซึ่งดำเนินการขับเคลื่อนผ่านศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 ศูนย์ (ศพก.)โดยในปี 2560 ตั้งเป้าหมาย จะขยายความรู้เรื่องชีวภัณฑ์ในพื้นที่ ศพก. อย่างน้อย 30 ศูนย์
และ 3) การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะด้านการควบคุมคุณภาพปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตรจะส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรออกตรวจสอบในแหล่งผลิตและจำหน่ายปัจจัยการผลิตทั้งประเทศ
โดยในปี 2560 มีเป้าหมายในการตรวจวัตถุอันตรายนำเข้า 550 ตัวอย่าง ตรวจโรงงานผลิตวัตถุอันตราย 100 โรงงาน ตรวจร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการปัจจัยการผลิตคุณภาพหรือร้าน Q-shop และร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 23,570 ร้านค้า โดยสุ่มเก็บตัวอย่างทั้งปุ๋ยและวัตถุอันตรายมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งยังมีแผนตรวจติดตามคุณภาพวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนแล้ว นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรจะตรวจรับรองร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สมัครเข้าร่วมโครงการร้าน Q-shop อีกจำนวน 1,580 ร้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ยังมีแผนการดำเนินงานที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ การทดลอง และทดสอบสารเคมี เพื่อใช้ทดแทนสารเดิมที่มีข้อมูลมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีสารเคมีที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยทดแทนสารเคมีเดิม รวมทั้งการทดลอง ทดสอบ ชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพควบคุมศัตรูพืช เพื่อให้ได้ชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืช และยังทำการทดลองเพื่อกำหนดค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่ไม่เกินค่าความปลอดภัย (MRL)ในผักและผลไม้ เช่น คะน้า ถั่วฝักยาว ทุเรียน มะม่วง มะเขือ พริก และลำไย เพื่อเป็นเกณฑ์ในการยอมรับแทนการใช้ค่าของสารตกค้างซึ่งเป็นค่าต่ำสุดที่ประเทศนั้น ๆ กำหนดยอมให้มีได้ในผลิตผลทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับผู้นำชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน ในการแจ้งเบาะแสกับทางภาครัฐ เพื่อยับยั้งกระบวนการขายและจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์
17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก 2569 กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนแนวคิด รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู - ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ
"63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย" กรมพัฒนาที่ดิน โชว์นวัตกรรมดิน-AI-เกษตรคาร์บอนต่ำ เดินหน้าสู่เกษตรแม่นยำเพื่ออนาคตประเทศ
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี