วันนี้ (20 ตุลาคม 2559) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า "โครงการปราบยุงลายคั่งค้างมานานแล้ว และอันตรายยังมีอยู่มาก อยากให้ปราบปรามอย่างจริงจัง อันตรายจากไข้เลือดออกจะได้ทุเลาลง" พระราชทาน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2542 ซึ่งพระองค์ทรงเห็นปัญหาใหญ่ที่คั่งค้างมานานด้วยความห่วงใยพสกนิกรชาวไทยที่ต้องป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกอยู่เป็นจำนวนมากและยังเป็นปัญหาทางการสาธารณสุขที่สำคัญ
กระทรวงสาธารณสุข ได้น้อมนำแนวพระราชดำรัสดังกล่าวมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในโอกาสนี้ขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยร่วมกันประกาศสงครามกับยุงลายทั้งประเทศ โดยทำอย่างจริงจังให้เป็นวิถีชีวิต เพื่อกำจัดยุงลาย โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคที่มียุงลายเป็นพาหะให้ทุเลาลงและหมดไปจากแผ่นดินไทยให้ได้ในที่สุด ด้วยการร่วมกันกำจัดยุงลายตามมาตรการ "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค" ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่งโล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่อาศัยเกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบๆ บ้านที่อาจมีน้ำฝนตกลงมาตกค้างได้ โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้งไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่เพื่อป้องกัน 3 โรค คือโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย โดย "ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน กำจัดยุงลาย เพื่อโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคที่มียุงลายเป็นพาหะจะได้หมดจากแผ่นดินไทย"
จากการสุ่มสำรวจของฝ่ายกีฏวิทยาและควบคุมแมลงนำโรคของกรมควบคุมโรค พบว่าในช่วงฤดูฝนนี้ ในภาพรวมของประเทศยังมีอัตราการพบลูกน้ำยุงลายในภาชนะต่างๆ สูงเกินค่าที่กำหนด จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการขจัดต้นตอของปัญหา โดยขอให้ประชาชนเริ่มต้นดำเนินการที่บ้านของตนเองก่อน ให้ทุกคนในครอบครัวถือว่าการกำจัดลูกน้ำยุงลายเป็นภารกิจประจำวันของทุกบ้าน จากนั้นขยายไปสู่ชุมชน และสถานที่สาธารณะส่วนรวม เช่น โรงเรียน วัด ศาสนสถาน และสถานที่ทำงาน เป็นต้น เพื่อเป็นการลดจำนวนของยุงลายในธรรมชาติให้น้อยลง
ซึ่งจะทำให้จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากยุงลายหลายๆ โรคลดลงตามไปด้วย โดยทำร่วมกับการกำจัดและควบคุมยุงลายแบบครบวงจรตั้งแต่ยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย และการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ทายากันยุง นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น กำจัดลูกน้ำในภาชนะซึ่งถือเป็นเป้านิ่งที่ทำลายง่ายที่สุด หรือขัดล้างไข่ตามขอบภาชนะตัดวงจรแต่ต้น นอกจากนี้ หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงมีน้ำท่วมขัง ช่วงน้ำท่วมจริงๆ ยุงลายมักไม่มากเท่ายุงชนิดอื่น เช่น ยุงรำคาญ เพราะยุงลายไม่ไข่ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แต่ภายหลังน้ำลดจะทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ประชาชนในพื้นที่จึงต้องร่วมแรงร่วมใจกัน สำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเหล่านี้ภายหลังน้ำลด และเพิ่มความระมัดระวังตนเองและคนในครอบครัวไม่ให้ถูกยุงกัด
นายแพทย์เจษฎา กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกปี 2559 ล่าสุดสัปดาห์ที่ 41 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2559) พบผู้ป่วยแล้ว 49,252 ราย เสียชีวิต 42 ราย ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 10-14 ปีมีอัตราป่วยสูงสุด คือ 205.33 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ 5-9 ปี (174.90), 15-24 ปี (127.45), แรกเกิด-4 ปี (81.27) และอายุ 25-34 ปี (78.48) ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยเกือบครึ่งอยู่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนหรือในกลุ่มนักเรียน (ร้อยละ 42.77) เป็นกลุ่มคนที่ยังมีภูมิคุ้มกันโรคนี้น้อย และวิถีชีวิตการนอนกลางวันและอยู่ในห้องเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงมีโอกาสถูกยุงลายกัดมากกว่านั่นเอง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรดูแลและป้องกันไม่ให้ยุงกัดบุตรหลานของท่าน
สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 14 ต.ค 2559 พบผู้ป่วยแล้ว 520 ราย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (8 – 14 ต.ค 2559) พบผู้ป่วยรายใหม่ 79 ราย ซึ่งสามารถควบคุมโรคได้ โดยพบผู้ป่วยในบางอำเภอ บางจังหวัดเท่านั้น ส่วนโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ยังคงมีจำนวนผู้ป่วย 13 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนงานวิ่ง "ซีนิค ฮาล์ฟมาราธอน ปราณบุรี 2026" ส่งต่อพลังแห่งความรัก "Run with Love"
กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2569 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมดุล
ททท. เปิดงาน "Amazing MuayThai Festival 2026" ถ่ายทอดอัตลักษณ์มวยไทยด้วยประสบการณ์สุดพิเศษ
ททท. จัดงาน "Amazing MuayThai Festival 2026" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาพร้อมผลักดัน "กีฬามวยไทย" มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล
PROUD ส่งท้ายปี จัด "Wellness District in Hua Hin" สร้างชุมชนสุขภาพดี ขับเคลื่อน ESG ครบทุกมิติ
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนปลูกมะพร้าวสุขภาพดี ด้วยการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)
BEDO และ UNDP จัด"BioMart Hua Hin 2025" ชูประจวบคีรีขันธ์สู่พื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวชีวภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน
Bio Mart Hua Hin 2025
แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) ตอบแทนสังคม มอบทุน "โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน" ประจวบคีรีขันธ์ปีที่ 10