โดยมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งด้านการผลิต การแปรรูป และการส่งออกสูงกว่าผู้ส่งออกรายอื่น ๆ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของไทยให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) ในทุกขั้นตอน ตลอดห่วงโซ่การผลิต นับตั้งแต่การเพาะเลี้ยง ไปจนถึงการแปรรูป ที่ส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local content) เป็นหลัก
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลตั้งแต่ในระดับฟาร์ม ทั้งการบริหารจัดการสภาพบ่อเลี้ยง และการใช้ยาและสารเคมีเพื่อให้กระบวนการผลิตกุ้งทะเลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผลผลิตกุ้งทะเลมีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง โดยมีการสุ่มตรวจปัจจัยการผลิตในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีแผนการตรวจยาและสารเคมีทั้งในฟาร์ม และร้านค้าปัจจัยการผลิตอย่างสม่ำเสมอ มีการเฝ้าระวังและติดตามการใช้ยาและสารเคมีในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งมีระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดสายการผลิตมาใช้เป็นเครื่องมือในการสืบค้นแหล่งกำเนิดของกุ้งทะเลอีกด้วย
ทั้งนี้ กรมประมง ได้มีประกาศเพื่อควบคุมการใช้ยาและสารเคมีในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาและสารเคมีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ และกลุ่มยาและสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
กลุ่มยาและสารเคมีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ ได้แก่
คลอแรมฟินิคอล (Chloramphenicol)
ไนโทรฟิวราโซน (Nitrofurazone)
ไนโทรฟิวแรนโทอิน (Nitrofurantoin)
ฟิวราโซลิโดน (Furazolidone)
ฟิวแรลทาโดน (Furaltadone)
มาลาไคท์ กรีน (Malachite Green)
เอนโรโฟลซาซิน (Enrofloxacin)
เจนเทียลไวโอเลท (Gential violet or crystal violet)
กลุ่มยาและสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้ แต่ต้องไม่ตกค้างในเนื้อกุ้ง ได้แก่
ออกซีเตตราซัยคลิน (Oxytetracycline)
ซาราโฟลซาซาซิน (Sarafloxacin)
ออกโซลินิค แอซิด (Oxolinic acid)
โทลทราซูริล (Toltrazuril)
เตตราซัยคลิน (Tetracycline)
ซัลฟาไดเมททอกซีน – ออร์เมทโธพริม (Sulfadimethoxin-Ormethoprim)
ซัลฟาไดเมททอกซีน-ไตรเมทโธพริม (Sulfadimethoxine-Trimethoprim)
ซัลฟาไดเมททอกซีน (Sulfadimethoxine)
ซัลฟาโมโนเมททอกซีน (Sulfamonomethoxine)
ซัลฟาไดอาซีน (Sulfadiazine)
ไตรเมทโธพริม (Trimethoprim)
ออร์เมทโธพริม (Ormethoprim)
อย่างไรก็ตาม ในการใช้ยาและสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้จะต้องใช้อยู่ในปริมาณและวิธีการที่เหมาะสม ภายใต้การตรวจสอบจากกรมประมง ซึ่งจะมีการวิเคราะห์สารตกค้าง หากพบการฝ่าฝืนใช้ยาและสารเคมีต้องห้าม หรือพบสารตกค้างเกินกว่าที่กำหนดจะถูกดำเนินการเพิกถอนใบรับรอง และไม่สามารถยื่นขอรับรองได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน รวมทั้งถูกขึ้นชื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ และในกรณีอยู่ในระหว่างการยื่นขอการรับรองจะไม่ได้การรับรองและไม่สามารถยื่นขอรับรองได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน และจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยบทมาตรการดังกล่าวมีไว้เพื่อควบคุมดูแลการใช้ยาและสารเคมีให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
อธิบดีกรมประมง กล่าวขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการ "ไม่ขาย ไม่ใช้ และไม่ซื้อ" ยาหรือสารเคมีต้องห้าม รวมทั้ง มีการใช้ยาหรือสารเคมีที่อนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรม กุ้งไทย และเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของกุ้งไทย
SiS เผยแนวคิดการเลือก database ให้ตอบโจทย์องค์กรยุค Data-Driven
มกอช. ผนึกอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร หนุนการค้าไทย
นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ "Smart Regulation" ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่มาตรฐานความปลอดภัย
Kaspersky ประกาศรายชื่อผู้ชนะการแข่งขัน SAS CTF รอบคัดเลือก และเปิดรับสมัครเข้าร่วม Kaspersky{CTF} 2026
เขตลาดพร้าวเร่งแก้ไขต้นไม้ใหญ่ล้มกีดขวางทางสัญจร ซ.ลาดปลาเค้า 24 เปิดเส้นทางคืนความปลอดภัยให้ประชาชน
กทม. ตรวจสอบโครงสร้าง-ระบบความปลอดภัยอาคารสนามมวยราชดำเนิน เดินหน้ามาตรการเชิงรุกประเมินความปลอดภัยอาคารทั่วกรุง
ภาคีวิชาการชง 4 ข้อเสนอ ยกระดับระบบเฝ้าระวังสารพิษตกค้างระดับชาติ เปิดผลศึกษากรณี "พริก-ส้ม" ชี้ช่องว่างกลางน้ำ ทำให้ตรวจพบสินค้าเสี่ยงแต่ตามกลับไม่ถึงแปลงปลูก
ธนชาตประกันภัย ส่งต่อองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน สู่เยาวชนรุ่นใหม่ โครงการ "ยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ ประจำปี 2569"
บิ๊กซี ร่วมลงนาม MOU กับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับมาตรฐานสินค้า เสริมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังตลาดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค