GL เทค 29.99% ในบริษัทไฟแนนซ์ชั้นนำศรีลังกา คาดบุ๊คกำไรทันที 7 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ประกาศศักดารุกขยายธุรกิจออกนอกกลุ่มประเทศอาเซียนสู่เอเชียใต้ เข้าถือหุ้น 29.99% ในบริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) ซึ่งเป็นบริษัทไฟแนนซ์ชั้นนำได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางศรีลังกาและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โคลัมโบ ผนึกกำลังเตรียมขยายตลาดครั้งใหญ่ จากเดิมที่ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อสำหรับการอุปโภคบริโภค ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์สู่ตลาดไมโครไฟแนนซ์ในระดับรากหญ้าในกลุ่มประเทศ CLMV+I (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนามและอินโดนีเซีย)
          นายมิทซิจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือGL กล่าวชี้แจงว่า การเข้าถือหุ้น 29.99% ใน CCF ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้ง2 กลุ่ม โดยจะผสมผสานแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่มีต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพสูงของ GL กับโมเดลธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งของ CCF ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดทุกแห่งที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยนายมิทซึจิคาดว่าการเข้าถือหุ้นใน CCF ครั้งนี้จะสร้างผลกำไรต่อ GL ทันที เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้ โดยประมาณการว่า GL จะสามารถบันทึกกำไรประมาณ 7 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
          นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า GL ยังมีโอกาสซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 70% ใน CCF หากผู้ถือหุ้นปัจจุบันต้องการขายหุ้นในอนาคตภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ซึ่งให้สิทธิ์ลำดับแรกสำหรับ GL ที่ระบุไว้ในสัญญาผู้ถือหุ้นระหว่างทั้ง2 ฝ่าย
          การเข้าถือหุ้นใน CCF ซึ่งกลุ่ม GL ใช้เงินลงทุน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) ในครั้งนี้ ถือเป็นการรุกขยายธุรกิจครั้งใหญ่นอกกลุ่มประเทศอาเซียน โดยแต่เดิม GL ได้ขยายจากฐานธุรกิจในประเทศไทยสู่ประเทศข้างเคียง อาทิ กัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซีย และล่าสุดเมียนมาร์ โดยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งในประเทศกัมพูชา ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าผลกำไรจากธุรกิจในประเทศไทย
          ควบคู่กับการเข้าถือหุ้น CCF ในครั้งนี้ GLH ยังได้เพิ่มสัดส่วนการเข้าถือหุ้นในบริษัท BG Microfinance Myanmar Co Ltd (BGMM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CCF ที่ดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์ จากเดิม 71.9%เป็น 100% โดยซื้อหุ้นเพิ่มส่วนที่เหลืออีก 28.1% จาก CCF อีกด้วย
          นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจง ในงานแถลงข่าวหลังจากพิธีลงนามการซื้อขายหุ้นกับ CCF ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3ตุลาคม 2559 ว่า การเข้าถือหุ้นใน CCF ครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อผลประกอบการของกลุ่ม GL โดยรวมทันที เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจาก CCF จะถูกบันทึกตั้งแต่ในไตรมาส 4/59 นี้ โดย CCF เป็นบริษัทฯ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใน ศรีลังกา ที่มีผลกำไรดีและมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐานในการบริหารจัดการในธุรกิจ ไมโครไฟแนนซ์ โดย CCF มีฐานสินทรัพย์ประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับฐานสินทรัพย์ประมาณ 450 ล้านเหรียญสหรัฐของ GL แต่มูลค่าตลาดของ GL สูงกว่า CCF เป็นอย่างมาก เนื่องจากความแข็งแกร่งและขนาดที่ใหญ่กว่าของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นของศรีลังกาที่มีขนาดเล็กกว่าเป็นอย่างมาก สำหรับประมาณการกำไรสุทธิของ CCF ในปีนี้อยู่ที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐ
          นายมิทซึจิ กล่าวว่า GL จะส่งตัวแทนเข้าไปร่วมในบอร์ดของ CCF แต่จะให้คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันมีอิสระในการบริหารต่ออย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้บริหารชุดปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมาก "CCF เป็นบริษัทที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนานโดยมีการบริหารดีเยี่ยม ทางฝ่ายเราอาจจะช่วยเสริมด้วยธุรกิจเพิ่มเติมอย่างเช่น e-payment, e-commerceและประกันภัย"
          สำหรับสัญญาการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ ถือว่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2559 โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ของทั้ง 2 ประเทศ การประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญของทั้ง 2 ฝ่ายและรายงานความถูกต้องของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ โดยนายมิทซึจิ แสดงความมั่นใจว่า ข้อตกลงระหว่าง GL กับ CCF จะเป็นความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย
          "แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ของเราจะเข้าไปช่วยเสริมศักยภาพความชำนาญ และโนฮาวด้านไมโครไฟแนนซ์ ของ CCF และในขณะเดียวกัน CCF ก็มีความจำเป็นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งฝ่ายเราสามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี ด้วยขีดความสามารถของเราในการระดมทุนจากตลาดเงินทั่วโลก" นายมิทซึจิ กล่าว
          นายมิทซึจิ กล่าวสรุปว่า การผนึกกำลังกับ CCF ครั้งนี้ จะส่งผลอย่างดียิ่งต่อรายได้และผลกำไรของ GL ในอนาคต เนื่องจากโมเดล group finance ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบในถิ่นกำเนิดไมโครไฟแนนซ์ในประเทศศรีลังกาและบังคลาเทศ จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพของ GL ต่อการขยายตลาด จากตลาดเช่าซื้อและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคเดิมไปสู่ตลาดไมโครไฟแนนซ์ระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากในภูมิภาคแถบนี้
GL เทค 29.99% ในบริษัทไฟแนนซ์ชั้นนำศรีลังกา คาดบุ๊คกำไรทันที 7 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
 

ข่าวตลาดหลักทรัพย์+ธุรกิจดิจิทัลวันนี้

"SAPPE" ร่วมงาน Opp Day กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งดัน 'Mogu Mogu' สู่ Global Brand

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE นำโดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอเนก ลาภสุขสถิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,253 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก พร้อมกันนี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกั... KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ได้รับรางวัลก...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดห... ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข...

RT มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเติบโต ควบคู่พัฒนา... RT Go Green Construction เข้าร่วม JUMP+ เล็งประมูลงาน 20,000 ลบ. — RT มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเติบโต ควบคู่พัฒนา Green Construction เข้าร่วม JUMP+ ตลาดหลักทรั...

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...