นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า ช่วงวันที่ 7- 9 พฤศจิกายน 2559 ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและลมแรง จากนั้นจะมีอากาศเย็นอุณหภูมิลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย รวมถึงหลีกเลี่ยงการก่อกองไฟในช่วงที่มีลมแรง และกำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง โดยเก็บกวาดใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้ง หรือ หญ้าแห้งมิให้กองสุม เพราะหากเกิดเพลิงไหม้ ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหมั่นติดตามรับฟังพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงชาวประมงและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
นายฉัตรชัย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศหนาวเย็นว่า ปภ.ได้ประสานจังหวัดภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจัดเจ้าหน้าที่สำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวและจัดทำบัญชีผู้ประสบภัยหนาว พร้อมวางแผนจัดสรรเครื่องกันหนาวอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเป็นหลัก เน้นแจกจ่ายกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีรายได้น้อย สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัย ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!