กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เดินหน้าออกประกาศ จัดหาไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ระยะที่ 2 จำนวนไม่เกิน 219 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อแบบ FiT 4.12 บาทต่อหน่วย เดินหน้าตามแผนนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และเพื่อการปฏิรูปด้านพลังงานของประเทศ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษกของ กกพ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหาไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์ม สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ระยะที่ 2 ว่า ภายหลังที่ กกพ. ได้ออกระเบียบการจัดหาไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้ง บนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 และตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ของโครงการ ในระยะที่ 2 ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2561 สำหรับพื้นที่ที่เหลือ โดยขณะนี้ กกพ. ได้ออกประกาศและหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าโครงการดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2560 และนำเผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว
สำหรับระยะที่ 2 กกพ. จะกำกับการจัดหาไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT โดยมีเป้าหมายปริมาณไฟฟ้ารวมทุกเขตพื้นที่ไม่เกิน 219 เมกะวัตต์ จากที่คงเหลือจากการจัดหาในระยะที่ 1 และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งหน่วยงานราชการสามารถเสนอได้ 1 โครงการ ต่อ 1 ส่วนงานต่อ 1 พื้นที่ เช่นเดียวกันกับสหกรณ์ภาคการเกษตรเสนอได้ 1 โครงการและต้องไม่เป็นสหกรณ์ที่ผ่านการคัดเลือกที่มีสิทธิเข้าทำสัญญากับการไฟฟ้าตามประกาศ กกพ. เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 โดยแต่ละโครงการสามารถเสนอได้ต้องมีขนาดกำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 5 เมกะวัตต์ สำหรับอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการนี้มีระยะเวลา 25 ปี และจะได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ FiT ที่ 4.12 บาทต่อหน่วย และต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายภายในวัน SCOD ซึ่งต้องทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 120 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผล หากไม่เข้าทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าเป็นอันยกเลิก
กกพ. ได้แบ่งเป้าหมายการจัดหาไฟฟ้า ออกเป็น หน่วยงานราชการ ไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และสหกรณ์ภาคการเกษตร ไม่เกิน 119 เมกะวัตต์ ตามการจัดหาพื้นที่ ดังนี้
พื้นที่ เป้าหมาย (เมกะวัตต์) สหกรณ์ภาคการเกษตร ราชการ กรุงเทพฯ และปริมณฑล - 25 ภาคกลาง - 5 ภาคตะวันตก - 15 ภาคตะวันออก - 10 ภาคเหนือ 19 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 50 20 ภาคใต้ 50 20 รวม 119 100
"การคัดเลือกในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก กกพ. จะพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของโครงการรวมถึงความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสาร ศักยภาพระบบไฟฟ้าในเขตพื้นที่ที่ตั้งโครงการ เมื่อได้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว กกพ. จะใช้วิธีการจับสลาก เพื่อให้ได้ผู้ผ่านการคัดเลือกดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุนโครงการของหน่วยงานราชการ หรือผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อมายื่นคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าในขั้นตอนที่สอง โดย กกพ. จะพิจารณาในรายละเอียดของคุณสมบัติ ผู้ร่วมลงทุนโครงการและผู้สนับสนุนโครงการ ได้แก่ ที่ตั้งโครงการ ทุนในการดำเนินโครงการ เทคโนโลยีที่ใช้ในการดำเนินโครงการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง" นายวีระพล กล่าว
หน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของโครงการ สามารถตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้ตั้งวันที่ 8 – 19 พฤษภาคม 2560 โดยสามารถขอรับแบบคำขอตรวจสอบได้ ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th เพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งมีกำหนดการยื่นคำขอ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2560 ณ สำนักงาน กกพ. อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 19 และภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2560 กกพ. จะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ณ สำนักงาน กกพ. และผ่านทางเว็บไซต์ และในส่วนของการจับสลาก กกพ. ได้กำหนดเป็นวันที่ 26 มิถุนายน 2560 โดยจะแจ้งสถานที่จับสลากและรายละเอียดต่างๆ ให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ กกพ. อาจเปลี่ยนกำหนดการในการจัดหาไฟฟ้าให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ กกพ. จะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานต่อไป
Huawei จับมือ CHANGAN จัดโปรแรง "ซื้อรถ แถมโซลาร์" พลิกโฉมการใช้พลังงาน สู่ไลฟ์สไตล์พลังงานสะอาดแบบครบวงจร
Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้"
วินเนอร์ เอเนอร์จี้ จัดงาน "Winner For The Future" ฉลองความสำเร็จ ตอกย้ำพันธมิตรธุรกิจ เดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
BCPG จับมือ ORN ศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนโครงการโซลาร์-แบตเตอรี่ ยกระดับอสังหาริมทรัพย์สู่ Smart & Sustainable Communities