“ม้ามชื้น” รักษาได้ด้วยการครอบแก้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          "ครอบแก้ว" เป็นศาสตร์หนึ่งในแพทย์แผนจีนซึ่งใช้เพื่อดูแลสุขภาพอาการเจ็บป่วยต่างๆ อาทิ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ไหล่ติด ความดันโลหิตสูง ท้องผูก เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และปวดประจำเดือน และอาการม้ามชื้นที่เกิดจากเส้นลมปราณอุดตัน ขาดความสมดุล
          หมอจีนหยาง เผยเซิน คณาเวชคลินิก กล่าวว่า คนที่เป็นม้ามชื้นที่มาพบแพทย์มีจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยรู้ตัว ซึ่งมีวิธีสังเกตง่ายๆ คือ มีอาการกัดลิ้นตัวเอง มีฝ้าสีขาวบนลิ้น และลิ้นใหญ่คับปาก ซึ่งหากมีอาการม้ามชื้นสะสม มีส่วนทำให้อ้วนขึ้นได้ง่าย เพราะระบบเผาผลาญบกพร่อง รวมทั้งเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหาร อาทิ ชอบรับประทานของหวาน ไอศกรีม ขนมเค้กมากเกินไป ทำให้ระบบม้ามชื้น
          วิธีการรักษาแบบ "ครอบแก้ว" คือจุดไฟเผาสำลีแอลลอฮอล์แล้วนำไปวนในกระบอกแก้วก่อนครอบ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังทำเองไม่ได้ ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาเพราะรู้ตำแหน่งว่าควรจะครอบแก้วตรงไหน ซึ่งมีอยู่ 3 จุด ที่รักษาอาการม้ามชื้นประกอบด้วย จุดจงหว่านอยู่บริเวณเหนือสะดือมา 5 นิ้ว ตรงกระเพาะอาหาร จุดจู๋ซานหลี่ อยู่บริเวณข้างหน้าแข้ง และจุดเฟิงหลง อยู่บริเวณท่อนขาส่วนล่างสำหรับอาหารที่แนะนำให้คนเป็นม้ามชื้นรับประทานเป็นประจำคือ ลูกเดือยไม่ขัดสี (สีเหลือง) ที่คนไทยนิยมนำไปประกอบอาหาร ทั้งคาว หวาน และกระเพาะไก่ หรือจีเน่ยจิง
          ม้าม ตามหลักศาสตร์แพทย์แผนจีนเป็นธาตุดิน กลัวความชื้นมากที่สุด หาก "ม้าม" เผาผลาญไม่ดีทำให้ม้ามชื้น มีไขมันสะสมที่ท้อง เกิดคอเลสเตอรอลสูง หรือไขมันไปพอกที่ตับ 
          หากผู้ใดสนใจเกี่ยวกับโรคม้ามชื้นรักษาด้วยการครอบแก้ว ด้วยหลักศาสตร์แพทย์แผนจีน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณาเวชคลินิกฯ เปิดทุกวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00-17.00 น. สถานที่ตั้งอยู่ที่ 71 อาคารจี.พี.เฮ้าส์ ถนนทรัพย์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. 10500 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2637-0177 หรือ 086-3785332 หรือwww.guashathai.com
“ม้ามชื้น” รักษาได้ด้วยการครอบแก้ว
 
“ม้ามชื้น” รักษาได้ด้วยการครอบแก้ว

ข่าวความดันโลหิตสูง+ความดันโลหิตวันนี้

"โรคอ้วน" ความเสี่ยงภัยเงียบ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ"แพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน เตือน "กรน-นอนแย่-ง่วงทั้งวัน" ต้องรีบรักษาก่อนเกิดอาการรุนแรง

หลายคนรู้ว่า "โรคอ้วน" เป็นโรคอันตรายที่กระทบทั้งระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน หัวใจและหลอดเลือด จนนำไปสู่โรคอื่น เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และไขมันพอกตับ แต่ยังมีอีกหนึ่งโรคที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน และอันตรายต่อชีวิตไม่แพ้กัน นั่นคือ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" หรือ ( Obstructive Sleep Apnea: OSA ) ที่ทำให้การนอนไม่มีคุณภาพและค่อย ๆ ทำร้ายร่างกายอย่างช้า ๆ ซึ่ง นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน เผยว่าหากเราไม่สังเกตตนเอง

อย่ามองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องธรรมดา เพราะ... นอนกรน ภัยเงียบทำลายสุขภาพ — อย่ามองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนี่คือสัญญาณอันตรายของ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" ที่เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายและเส้น...

รู้ตัวเร็ว รู้ตัวไว! โรคไตป้องกันได้ เรื่... "ไตวายเฉียบพลัน" รู้ทันได้…ก่อนสายเกินไป — รู้ตัวเร็ว รู้ตัวไว! โรคไตป้องกันได้ เรื่องเล่าจากหมอเฉพาะทางโรคไตข่าวการจากไปของนักแสดงตลก จากภาวะไตวาย...

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงอากาศร้อนที่สุดขอ... หน้าร้อนนี้ต้องระวัง ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงขาดน้ำ-น้ำตาลแปรปรวน นำสู่ฮีทสโตรกอันตรายถึงชีวิต — ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงอากาศร้อนที่สุดของปีท่ามกลางอุณหภูมิท...