ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียน+3

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance and Central Bank Deputies' Meeting: AFCDM+3) เมื่อวันที่ 5-6 เมษายน 2560 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีการหารือประเด็นด้านเศรษฐกิจการเงิน ดังนี้ 
          1. ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาค ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจร่วมกับผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: AMRO) ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว ทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา สำหรับเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 นั้นยังคงมีอุปสงค์ภายในภูมิภาคเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อน โดย ADB และ AMRO คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศกลุ่ม+3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) จะเติบโตลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ในขณะที่กลุ่มอาเซียนจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียยังคงมีความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น แนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะดำเนินนโยบายปกป้องทางการค้าซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนและอาเซียนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลกที่เข้มงวดมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นในระยะต่อไป ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในทวีปยุโรปการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคเอกชนในภูมิภาค เป็นต้น ทั้งนี้ AMRO ได้เสนอให้ประเทศอาเซียน+3 ใช้นโยบายการเงินการคลังอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ควรดำเนินการปฏิรูปด้านกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
          2. ความช่วยเหลือทางการเงินภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM) ซึ่งเป็นกลไกความช่วยเหลือทางการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3 มีขนาดวงเงินช่วยเหลือรวม 240 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมและทดสอบกลไก CMIM เพื่อให้สามารถดำเนินการในทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือสมาชิกได้ทันท่วงที การพัฒนากลไกการให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤต การเพิ่มประสิทธิภาพความช่วยเหลือของ CMIM รวมทั้งเห็นชอบให้มีการดำเนินการเพื่อทบทวนความตกลง CMIM ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือกรณีสมาชิกไม่เข้าโครงการความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 40 เพื่อเสนอในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ในเดือนพฤษภาคม 2560 ณ นครโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น 
          3. การประชุมคณะกรรมการบริหารของ AMRO ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ ติดตาม และเฝ้าระวังเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน+3 โดยที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกรอบการดำเนินงานเฝ้าระวังของ AMRO งบประมาณ และแผนงานด้านบุคลากร รวมถึงได้แต่งตั้งสมาชิกคณะที่ปรึกษาชุดใหม่ทดแทนชุดเดิมที่กำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดย ดร. บัณฑิต นิจถาวร จากประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคณะที่ปรึกษาของ AMRO ต่ออีกหนึ่งสมัย นอกจากนี้ ยังได้รับทราบความคืบหน้าและให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของ AMRO 
          4. มาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Markets Initiative: ABMI) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของภูมิภาคอาเซียน+3 ให้เป็นแหล่งระดมเงินทุนและเป็นทางเลือกในการออม โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญ เช่น (1) การดำเนินงานของหน่วยงานการค้ำประกันเครดิตและการลงทุน (Credit Guarantee and Investment Facility: CGIF) ของภูมิภาคอาเซียน+3 ซึ่งได้ค้ำประกันการออกตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นของบริษัทเอกชนในภูมิภาคอาเซียน+3 เพื่อเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ (2) การดำเนินงานของ ASEAN+3 Bond Market Forum (ABMF) ซึ่งเป็นเวทีหารือร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมตราสารหนี้ข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียน+3 เป็นต้น 

          การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียน+3 ในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศอาเซียน+3 ในการเฝ้าระวังทางเศรษฐกิจของภูมิภาค การปรับปรุงกลไกความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานของ AMRO ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

          ส่วนความร่วมมือภูมิภาคและพหุภาคี สำนักนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
          โทร 02 2739020 ต่อ 3622 และ 3618
 
 

ข่าวกองทุนการเงินระหว่างประเทศ+ปลัดกระทรวงการคลังวันนี้

ไทยร่วมกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เรียกร้องธนาคารโลกยุติการสนับสนุนฟาร์มปศุสัตว์ เชิงอุตสาหกรรม ก่อนประชุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ชี้ทิศทางการลงทุนต้องสอดคล้องเป้าหมายความยั่งยืน สุขภาพ และระบบอาหารในอนาคต ก่อนการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ทางองค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก จัดกิจกรรมรณรงค์ระดับโลกเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงิน... นับถอยหลังสู่การประชุมระดับโลก ไทยเตรียมความพร้อมเต็มที่เป็นเจ้าภาพ 2026 IMF-World Bank Annual Meetings — การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่าง...

คุณปณต สิริวัฒนภักดี (ที่ 4 จากซ้าย) ประธ... ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ต้อนรับกรรมการจัดการ IMF เตรียมจัด 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings — คุณปณต สิริวัฒนภักดี (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร ศ...

ซาอุดีอาระเบียได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ (IMFC)

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) ประกาศเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ (International...

ในเดือนตุลาคมปี 2566 กองทุนการเงินระหว่าง... สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนตุลาคม 2566 — ในเดือนตุลาคมปี 2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยในปี 2566 อยู่ที่ 2.7% จากเดิม...

M.P.A. (Public Policy) รัฐประศาสนศาสตรมหา... MPA SWU หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ — M.P.A. (Public Policy) รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรี...