ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พบมีผู้ป่วยตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่พบมีผู้ป่วยด้วยโรค มือ เท้า ปาก มากที่สุดคือช่วงฤดูฝน ซึ่งตรงกับช่วงเปิดภาคเรียน โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรงจากการติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผลหรืออุจาระของผู้ป่วย อาการเริ่มด้วยไข้ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1-2 วัน มีอาการเจ็บปากและเบื่ออาหาร เนื่องจากมีแผลอักเสบที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม เกิดผื่นแดง ซึ่งมักไม่คันที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าและอาจจะพบที่ก้น หรือหัวเข่าได้ ผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ แดง และแตกออกเป็นหลุมตื้นๆ
การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ควรการล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลล้างมือทุกครั้งก่อน-หลัง รับประทานอาหารและหลังขับถ่าย การเล่นของเล่น และหมั่นล้างมือบ่อยๆ ตัดเล็บให้สั้น ดูแลสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น กำจัดขยะ และสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้อง ดูแลรักษาและทำความสะอาดอาคารสถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้และของเล่นต่างๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ไม่ควรนำเด็กเล็กไปในชุมชนในช่วงที่มีการระบาด เช่น สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรหยุดพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้เด็กอื่นๆ
โรคมือ เท้า ปากยังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะ จึงใช้การรักษาเพื่อบรรเทาต่างๆ เช่น การให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็คตัวลดไข้ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาการอ่อนๆ ย่อยง่ายรสไม่จัด ดื่มน้ำ นม หรือน้ำหวาน และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการไม่รุนแรงมักป่วยนาน 7-10 วัน และหายได้เอง บางรายต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นโรคมือ เท้า ปาก ชนิดที่รุนแรง เช่น มีไข้สูง ซึม อาเจียน หอบเหนื่อย ต้องรีบไปพบแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากโรคมือ เท้า ปาก สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา พบว่าปี 2560 ข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤกษาคม 2556 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างพบผู้ป่วยโรคมือเท้าปากแล้วจำนวน 1,064 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุดคือ จังหวัดสงขลา จำนวน 390 ราย รองลงมาคือจังหวัดตรัง จำนวน 194 ราย
สคร.12 สงขลา เตือนระวัง อาหารเป็นพิษ โรคยอดฮิตในหน้าร้อน เน้นย้ำ "สุก ร้อน สะอาด"
สคร.12 สงขลา เตือน ระวังป่วยโรค "ฮีทสโตรก" เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต แนะหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดที่ร้อนจัด
สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันวาเลนไทน์ 2569 ภายใต้แนวคิด Love status, Love 4ever : ทุกสถานะ มีรักนิรันดร
สคร.12 สงขลา แนะ ปปช. ยึดมาตรการ "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด" ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
สคร.12 สงขลา เตือนประชาชน ลงเล่นน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทย ระวังภัยจาก แมงกะพรุนหัวขวด
สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์วันราชประชาสมาสัย 2569 ภายใต้แนวคิด "ผื่นแบบไหน ควรรีบ ไปหาหมอ"
สคร. 12 สงขลา รณรงค์ ฉลองปีใหม่ "ปลอดโรค ปลอดภัย เที่ยวปีใหม่อุ่นใจ ห่วงใยครอบครัว"
สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ" ย้ำ "ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ" ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569
สคร.12 สงขลา เตือน ปชช.ใต้ตอนล่าง หลังน้ำลด ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส อันตรายถึงชีวิต