สร้างมูลค่าได้มากกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐผ่านการประหยัดต้นทุนการปฏิบัติการร่วมกันเกินกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ยกระดับผลตอบแทนที่ได้จากการเติบโตที่มากขึ้นในตลาดปลายทางที่มีศักยภาพสูง และในประเทศที่มีความสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน
สร้างโอกาสจากการใช้แพลทฟอร์มนวัตกรรมใหม่ร่วมกันที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และแบ่งปันความรู้ในด้านความยั่งยืน
มีงบดุลที่มั่นคงมากขึ้นและสร้างกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีแผนสานต่อนโยบายจ่ายเงินปันผลที่น่าพึงพอใจของคลาเรียนท์
คาดข้อตกลงจะเสร็จสิ้นตามเป้าหมายภายในสิ้นปี พ.ศ. 2560
การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในครั้งแรก (ไอพีโอ) ของหน่วยธุรกิจเม็ดสีและสารเติมแต่ง (Pigments and Additives) หรือเวเนเตอร์ (Venator) ของฮันต์สแมนที่ประกาศก่อนหน้านี้จะยังดำเนินต่อไปตามแผนในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2560
คลาเรียนท์ (SIX: CLN) และฮันต์สแมน คอร์ปอเรชั่น (NYSE: HUN)ประกาศในวันนี้ว่าคณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัทฯ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติข้อตกลงที่จะควบรวมกิจการในสัดส่วนเท่ากันผ่านข้อตกลงการทำธุรกรรมด้วยหลักทรัพย์ทั้งหมด
บริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการจะใช้ชื่อว่า ฮันต์สแมนคลาเรียนท์ (HuntsmanClariant) จากการพิจารณางบการเงินใน ปี พ.ศ. 25591 การผนวกรวมของทั้งสองบริษัทจะทำให้เกิดบริษัทเคมีภัณฑ์เฉพาะทางชั้นนำระดับโลกที่มียอดขายประมาณ 1.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหลังการปรับปรุง (EBITDA) อยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีมูลค่ากิจการรวมประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ประกาศข้อตกลงนี้
ไฮไลท์ของข้อตกลงควบรวมกิจการ
ควบรวมกิจการด้วยหลักทรัพย์ทั้งหมดในสัดส่วนเท่ากัน
ผู้ถือหุ้นคลาเรียนท์ 52 เปอร์เซ็นต์ ผู้ถือหุ้นฮันต์สแมน 48 เปอร์เซ็นต์
ผู้ถือหุ้นของฮันต์สแมนได้รับ 1.2196 หุ้นของฮันต์สแมนคลาเรียนท์ต่อหุ้นฮันต์สแมนหนึ่งหุ้น (หนึ่งหุ้นของคลาเรียนต์จะยังคงเท่ากับหนึ่งหุ้นของฮันต์สแมนคลาเรียนท์)
คณะกรรมการบริหารจากคลาเรียนท์และฮันต์สแมนมีจำนวนเท่ากัน
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองพลาเตล์น สวิสเซอร์แลนด์ สำนักงานใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการตั้งอยู่ในเมืองวู๊ดแลนด์ส รัฐเทกซัส
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สองแห่งคือ SIX Swiss Exchange และ New York Stock Exchange
การสร้างมูลค่า
บริษัทใหม่จะเร่งสร้างมูลค่าสำหรับผู้ถือหุ้นผ่านการผสมผสานเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบุคลากรที่มีความสามารถ คาดการณ์ว่าบริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการจะสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการประหยัดต้นทุนการปฏิบัติการร่วมกันประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ประโยชน์ที่ได้จากการผนึกกำลังกันเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นภายใน 2 ปีที่เสร็จสิ้นข้อตกลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการปฏิบัติการและปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการจัดซื้อ การผนึกกำลังกันมีเป้าหมายคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ของผลประกอบการรวมกันทั้งหมดในปี พ.ศ. 2559โดยมีต้นทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียวอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับมีการประหยัดเงินสด-ภาษีเพิ่มเติม
บางจากฯ ต้อนรับคณะนักศึกษา MBA จาก USC สหรัฐอเมริกา ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
Justin Bieber, Sabrina Carpenter, KAROL G, Anyma x LISA, KATSEYE, Fujii Kaze นำทีมศิลปินขึ้น Coachella 2026 Weekend 1 เพอร์ฟอร์มานซ์ยิ่งใหญ่สุดประทับใจ สมเป็นศิลปินระดับโลก
BEDGEAR เปิดตัว "S1" รุ่น Exclusive เฉพาะในไทย
สุวัจน์ เดินหน้าเปิด Arena Pickleball มาตรฐานระดับสากล วางหมากยุทธศาสตร์ สร้างนักกีฬาไทยปั้นหัวหินสู่ Sport Destination ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยะยาว
ซัมซุงขยายโปรแกรม One UI 8.5 Beta ไปยังอุปกรณ์ Galaxy รุ่นอื่น พร้อมเพิ่มการรองรับ Quick Share ให้ผู้ใช้งานแชร์ไฟล์และภาพระหว่างอุปกรณ์ iOS ได้มากขึ้น
เกมเส้นตายที่ไม่มีวันจบ เมื่อสหรัฐฯ-อิหร่านยื้อกันถึงขีดสุด ตลาดเริ่ม "ชินชา" แต่ความเสี่ยงยังไม่หายไป
CHAO กางแผนยุทธศาสตร์ JUMP+ ปักธงปี 2571 รายได้โตเฉลี่ย 10-15% รุกหนักทุกมิติ ขยายพอร์ต Better-for-You เร่งเครื่องบุกตลาดระดับสากลเต็มสูบ
กลุ่ม ปตท. มั่นใจมีน้ำมัน รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์
Do Day Dream ประกาศตรึงราคาสินค้าทั้งเครือ สู้วิกฤตเศรษฐกิจโลก