MACO เดินหน้าเต็มสูบรุกขยายเครือข่ายสื่อนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาไม่ถึง 1 ปี หลัง VGI ส่งผู้บริหารเข้าบริหารเต็มตัว ปิดดีลเข้าซื้อกิจการ 2 ดีล โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ได้เข้าซื้อบริษัท มัลติไซน์ จำกัด ผู้ประกอบการสื่อนอกบ้านรายใหญ่ที่มีพื้นที่สื่อครอบคลุมทั่วประเทศไทยกว่า 862 จุด ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 60 บอร์ดประกาศเทคโอวอร์ บริษัท โคแมส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจป้ายโฆษณากลางแจ้งรายใหญ่ ที่มีสื่อป้ายโฆษณาอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ CBD (Central Business District) โดยมีป้ายโฆษณาทั้งภาพนิ่งและดิจิทัลรวม 120 ป้าย มูลค่ากำลังการผลิตสื่อ (Media Capacity ) มากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี การเข้าลงทุนครั้งนี้จะทำให้ MACO เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งจำนวนป้ายโฆษณาและพื้นที่ให้บริการ คาดปีนี้ยอดขายโตมากกว่า 35%
นางศุภรานันท์ ตันวิรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ผู้นำเครือข่ายสื่อโฆษณานอกบ้าน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้น 70% จากบริษัท โคแมส จำกัด หรือ Co-mass โดยคาดว่ากระบวนการควบรวมกิจการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
Co-mass เป็นผู้ประกอบกิจการป้ายโฆษณาที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 19 ปี ครอบครองทำเลติดตั้งป้ายโฆษณาที่อยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ CBD (Central Business District) ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด แบ่งเป็นป้ายโฆษณาภาพนิ่งขนาดใหญ่ (Billboard) จำนวน 113 ป้าย กระจายอยู่ 23 จังหวัดทั่วประเทศและป้ายจอดิจิทัล (LED) 7 ป้าย กระจายอยู่ 5 จังหวัด มีมูลค่ากำลังการผลิตสื่อ (Media Capacity) มากกว่า 200 ล้านบาท การเพิ่มเครือข่ายในครั้งนี้ จะทำให้ MACO ขึ้นเป็นผู้นำสื่อโฆษณานอกบ้านที่มีกำลังการผลิตสื่อในมือมากกว่า 1,400 ล้านบาท จากเดิมที่มีกำลังการผลิตสื่อ 1,200 ล้านบาท และมีพื้นที่ให้บริการมากกว่า 140,000 ตารางเมตร โดยคาดว่าภายหลังเข้าควบรวมกิจการจะทำให้รายได้ปีนี้ของ MACO เติบโตไม่น้อยกว่า 35 % จากฐานรายได้ปีก่อนหน้า
"การเข้าควบรวมกิจการกับ Co-mass ในครั้งนี้จะทำให้ใน 2 ปีข้างหน้า MACO มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากการที่บริษัทฯ มีพื้นที่ให้บริการสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 120,000 ตารางเมตรเป็น 140,000 ตารางเมตร ช่วยเติมเต็มพื้นที่ในบริเวณทำเลสำคัญใจกลางเมืองหลวง ย่านธุรกิจ แหล่งชุมชน และจุดสัญจรที่สำคัญ แม้ว่าปัจจุบัน MACO จะมีเครือข่ายสื่อโฆษณาที่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว แต่เรายังคงมุ่งมั่นขยายพื้นที่สื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญในย่านธุรกิจของเมืองใหญ่ๆ สื่อของ Co-mass มีความโดดเด่นในด้านป้ายขนาดใหญ่ที่อยู่ในทำเลย่านธุรกิจและเป็นจุดแข็งที่แตกต่างกับสื่อของ Multi Sign ที่เป็นป้ายขนาดกลางในย่านธุรกิจต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นทำเลที่แตกต่างจากป้ายของ MACO ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามทางหลวง ถนนสายหลัก และทางผ่านเข้าเมือง (Highway & Gateway) ดังนั้น เมื่อผนึกเครือข่ายสื่อนอกบ้านทั้งสามรายเข้าด้วยกันแล้ว จะทำให้ MACO ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยเครือข่ายสื่อโฆษณาที่ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการสื่อนอกบ้านรายเดียวที่มีเครือข่ายป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง
ทิศทางดำเนินงานของ MACO ต่อจากนี้ จะมุ่งพัฒนาทำเลไพร์มในย่านธุรกิจที่มีอยู่โดยปรับเปลี่ยนสื่อภาพนิ่งให้กลายเป็นเครือข่ายสื่อดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทฯ มีความคืบหน้าในการขยายเครือข่ายป้ายดิจิทัลใน 20 จังหวัด จากทำเลไพร์มของ Multi Sign Co-mass และพันธมิตรอื่น คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป และ MACO จะยังคงขยายเครือข่ายสื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ MACO ยังมีโครงการพัฒนาการใช้งานสื่อนอกบ้านที่เชื่อมโยงผสมผสานกับสื่อออนไลน์แบบบูรณาการ บนความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ของ Rabbit Group รวมทั้งผสานความแข็งแกร่งของสื่อนอกบ้านเข้ากับสื่อในระบบขนส่งมวลชนและสื่อในอาคารสำนักงานของ VGI สื่อในสนามบินของ Aero Media กิจกรรมสาธิตทางการตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์ของ Demo Power โดยจะเริ่มเห็นผลการเติบโตที่ก้าวกระโดดได้อย่างชัดเจนในปี 2561 เป็นต้นไป" นางศุภรานันท์ กล่าว
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 MACO มีรายได้จากการให้บริการ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการควบรวมงบการเงินของ Multi Sign เมื่อเดือนตุลาคม 2559 โดยอัตราการเติบโตของยอดขายยังไม่สูงถึงระดับที่คาดไว้ภายหลังจากการควบรวมกับ Multi Sign เนื่องจากบริษัทฯ ยังคงได้รับผลกระทบจากการชะลอการตัดสินใจซื้อสื่อและการต่อสัญญาการเช่าสื่อในช่วงของการไว้อาลัยในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาถึงผลประกอบการในไตรมาสแรก เนื่องจากสื่อโฆษณาของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นสื่อภาพนิ่ง โดยมีรอบระยะเวลาการขายและ Lead Time ในการสั่งซื้อที่ยาวนานกว่าสื่อดิจิทัล อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เริ่มเห็นแนวโน้มของยอดขายที่ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโฆษณานับแต่เดือนมีนาคม และคำสั่งซื้อตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นต้นมา อยู่ในระดับที่น่าพอใจ Backlog ยอดขายราว 68% ของเป้าหมายการขาย ปี 2560 รวมทั้งมีเสียงตอบรับที่ดีต่อเครือข่ายสื่อดิจิทัลที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ยอดการสั่งซื้อสื่อดิจิทัลมีพัฒนาการที่ดี ขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจาก ทำเลจุดติดตั้งในย่านธุรกิจที่มีจำนวนผู้สัญจรประจำวันหนาแน่น มีจอภาพคุณภาพสูงและคมชัดโดดเด่นสะดุดตา มีการแพร่ภาพความถี่ของสปอตโฆษณาที่สูง
ให้ประสิทธิภาพการมองเห็นที่แตกต่างจากสื่อนอกบ้านดิจิทัลทั่วไป
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ติวเข้มผู้ประกอบการไทยเตรียมพร้อมพา GI ไทยบุกตลาดจีนและญี่ปุ่น ชู "คุณภาพ - อัตลักษณ์" เป็นจุดขาย ขยายโอกาสในเวทีโลก
Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok ลงพื้นที่เชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาพิเศษ "T-Beauty จากอัตลักษณ์ไทยสู่ผลิตภัณฑ์ความงามระดับภูมิภาคและระดับโลก"
ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน "Cost-Effective Platform" ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026
โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ ออสเทรด และ MLA เปิดประสบการณ์ "Aussie Lamb Lover" รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ เพิ่มดีกรีวัตถุดิบยอดฮิต
CEA เร่งเครื่องดนตรีไทยสู่เวทีโลก! ดัน Music Exchange 2026 ขยายโอกาสศิลปินไทยสู่เทศกาลต่างประเทศ พร้อมเปิดตัว Music Lab 2026 ปั้นศิลปินสู่ผู้ประกอบการระดับสากล
JaiDee และ Seedflex เปิดตัวบริการ Pay-As-You-Sell Advance(TM) ในประเทศไทย ยกระดับการเข้าถึงเงินทุนสำหรับ ผู้ประกอบการ SME ไทย
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขานรับนโยบาย "พาณิชย์" สร้างความเข้มแข็ง SMEs ด้วย IP เปิดหลักสูตรปั้นผู้ประกอบการมืออาชีพ เจาะลึกกลยุทธ์ "คุ้มครองสิทธิ-บริหารจัดการเครื่องหมายการค้า" ครบวงจร ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์ไทยสู่สากล
เซ็นทรัล สมุย ผนึกพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัด "Central Samui Neon Run 2026" ตอกย้ำ World-Class Night Running Experience ขับเคลื่อนสมุยสู่เมืองท่องเที่ยวระดับเอเชีย
IMPACT Growth REIT เดินเกม Green Value Chain เปลี่ยนต้นทุนสิ่งแวดล้อมเป็นกำไร ตอกย้ำผู้นำ MICE ไทย พร้อมโชว์ผลประหยัดพลังงานเกินเป้า ลดค่าใช้จ่ายกว่า 5.46 ล้านบาท