กสอ. โหมปัดฝุ่นสินค้าชุนชนด้วยนวัตกรรม คิกออฟปรับโฉมไหบ้านเชียงสู่เทเบิ้ลแวร์สุดคลาสสิค ตั้งเป้าขยายตลาดสู่อัพเปอร์มาเก็ต - newswit

          กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จัดสรรงบประมาณกว่า 160 ล้านบาท ในปี 2560 เร่งเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดสินค้าชุมชนให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ด้วยการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสมัยใหม่ ผ่านโครงการต่าง ๆ กว่า 10 โครงการ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเพื่อขยายสู่ตลาดระดับบน ซึ่งล่าสุดได้เริ่มนำร่องพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาจากบ้านเชียงหลังพบปัญหาที่ต้องเร่งปรับปรุง โดยมอบหมายให้ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก (ศม.กสอ.) จังหวัดลำปาง จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดทั้งกระบวนการ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ สามารถยกระดับตนเองสู่สินค้าโมเดิร์นเทรดได้ต่อไป 
          นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากสถิติโดยภาพรวม ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนกว่า 1.2 แสนรายการ มีผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนรวมกว่า 30,000 ราย และมีมูลค่าอุตสาหกรรมกว่า 8.04 หมื่นล้านบาท (ที่มา : รวมผลการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ 2559 กรมการพัฒนาชุมชน) ซึ่งในจำนวนที่กล่าวมานี้ มีผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากที่ยังเผชิญกับปัญหากับการปรับตัวเพื่อเข้าสู่การแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจในระดับฐานรากโดยในปัจจุบันพบว่าสินค้าหรือการบริการที่มีนวัตกรรมนั้นยังมีจำนวนน้อย ซึ่งประสบปัญหาและอุปสรรคในด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ ความหลากหลายและการต่อยอดสินค้า รวมทั้งการออกแบบในมิติต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความอยู่รอด สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่อีกทั้งยังเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างยั่งยืน
          นายพสุ กล่าวต่อว่า ในปี พ.ศ. 2560 กสอ. ได้เร่งสานต่อนโยบายการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชนให้มีศักยภาพอย่างจริงจังมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ด้วยการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันและยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ได้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและสามารถขยายเข้าสู่ตลาดระดับบนตลอดจนตลาดต่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมมาตรการและกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็งต่าง ๆ กว่า 10 โครงการ ด้วยงบประมาณกว่า 160 ล้านบาท อาทิ โครงการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ – บรรจุภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีอัตลักษณ์ของภูมิภาคสู่สากล กิจกรรมเพื่อทดสอบตลาด อาทิ OTOP City และ OTOP Midyear 2017 รวมทั้งยังได้เตรียมผลักดันสู่ช่องทางการค้าออนไลน์และศูนย์การค้าชั้นนำ 
          อย่างไรก็ดี กสอ.ได้เริ่มดำเนินการนำร่องพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากหนึ่งในเก้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่พบว่า แม้จะมีความโดดเด่นจากรูปแบบสินค้าที่มีความสวยงาม ชั้นเชิงในงานหัตถกรรมและสีสันที่มีเอกลักษณ์ รวมทั้งความมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ก็ยังพบปัญหาที่ต้องเร่งปรับปรุง ทั้งในด้านวัตถุดิบที่มีคุณภาพลดลง รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังขาดความหลากหลาย ความสูญเสียที่เกิดจากการขาดความชำนาญการผลิตที่มีอยู่ประมาณกว่าร้อยละ 10 - 20 และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแกร่งน้อย แตกหักเสียหายได้ง่าย ประกอบกับลวดลายบนผิวผลิตภัณฑ์ที่ไม่สวยงามเหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ซึ่งอุปสรรคที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ กสอ.ได้มอบหมายให้ ศม.กสอ. จังหวัดลำปาง เร่งให้ความช่วยเหลือด้วยการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ทั้งกระบวนการตั้งแต่การเตรียมเนื้อดินการขึ้นรูปและการตกแต่งผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเทคนิคการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทักษะการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด สร้างองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการสรรค์สร้างสินค้าของตนเอง พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้เกิดความแข็งแกร่งในอนาคตข้างหน้าได้ต่อไป
          ด้านนายสุรพล ปลื้มใจ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ทางศูนย์ฯจะเข้าไปพัฒนาสูตรดินปั้นใหม่ที่มีความเนียนละเอียดและความแข็งแกร่งสูงขึ้นเหมาะแก่การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์และลดความเสียหายได้ในปริมาณมากอีกทั้งยังพัฒนาสูตรสีเขียนลายให้มีความเหมาะสมและใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม สามารถผนึกเข้ากับผิวชิ้นงานได้ดีไม่เปื่อยยุ่ยหรือหลุดร่อนง่ายมีความคงทนถาวรตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากนี้ ยังได้พัฒนาด้านเทคนิคของเตาเผาที่สามารถผลิตพลังงานได้ถึงอุณหภูมิ1,000 – 1,050 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวทำให้หลังการเผาผลิตภัณฑ์จะมีสีแดงตามธรรมชาติมีการสุกตัวดีและมีความแข็งแกร่งมากกว่าผลิตภัณฑ์เดิม ในส่วนการสร้างความหลากหลายให้กับเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงนั้น กสอ.ยังได้ดำเนินการพัฒนารูปแบบให้เกิดขึ้นในลักษณะของผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ซึ่งจากเดิมที่มีรูปแบบเพียงแค่หม้อ ไห คนโท กระถาง และโอ่ง ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุดกาแฟและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารชนิดเคลือบ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการนำร่องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ได้มองเห็นโอกาสของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่แตกต่าง และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างช่องทางด้านการตลาดใหม่และสร้างสรรค์สินค้าสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวและผู้คนที่จะมาเยี่ยมชมพื้นที่ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ผลิต ตามรูปแบบนี้มีความซับซ้อนของกระบวนการผลิตและเป็นสินค้าที่มีมูลค่า ดังนั้น การผลิตจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่แตกต่างไปจากกระบวนการผลิตแบบเดิมที่มีอยู่ โดย กสอ.ยังได้เตรียมนำเครื่องมือบดผสมเคลือบ (Ball mill) และเตาเผาชนิดเตาแก๊สที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาดสำหรับเผาผลิตภัณฑ์เคลือบ (Shuttle Gas Kiln) มาพัฒนาสู่กระบวนการผลิต ซึ่งในอนาคตยังจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้สามารถยกระดับตนเองสู่สินค้าโมเดิร์นเทรดได้ต่อไป 
          สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรม เซรามิก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จ.ลำปาง โทร.054 281 884 หรือ เข้าไปที่ www.dip.go.th
กสอ. โหมปัดฝุ่นสินค้าชุนชนด้วยนวัตกรรม คิกออฟปรับโฉมไหบ้านเชียงสู่เทเบิ้ลแวร์สุดคลาสสิค ตั้งเป้าขยายตลาดสู่อัพเปอร์มาเก็ต
 
 

กสอ. โหมปัดฝุ่นสินค้าชุนชนด้วยนวัตกรรม คิกออฟปรับโฉมไหบ้านเชียงสู่เทเบิ้ลแวร์สุดคลาสสิค ตั้งเป้าขยายตลาดสู่อัพเปอร์มาเก็ต กสอ. โหมปัดฝุ่นสินค้าชุนชนด้วยนวัตกรรม คิกออฟปรับโฉมไหบ้านเชียงสู่เทเบิ้ลแวร์สุดคลาสสิค ตั้งเป้าขยายตลาดสู่อัพเปอร์มาเก็ต กสอ. โหมปัดฝุ่นสินค้าชุนชนด้วยนวัตกรรม คิกออฟปรับโฉมไหบ้านเชียงสู่เทเบิ้ลแวร์สุดคลาสสิค ตั้งเป้าขยายตลาดสู่อัพเปอร์มาเก็ต

ข่าว สุรพล ปลื้มใจ ล่าสุด