โดย เดิร์ก-ปีเตอร์ แวน ลีอูเว่น, รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, เร้ดแฮท
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลพบเห็นได้ในทุกวงการรอบตัวเราไม่เว้นแม้แต่ในภาครัฐ จากการสำรวจล่าสุดของ การ์ทเนอร์ พบว่าผู้บริหารด้านสารสนเทศในภาครัฐระบุว่าเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง การรักษาความปลอดภัยของระบบดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในด้านการลงทุนทางเทคโนโลยี หลายต่อหลายประเทศต่างกำลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้านดิจิทัลเช่น นโยบาย "ชาติอัจฉริยะ" หรือ Smart Nation และ "เศรษฐกิจอัจฉริยะ" หรือ Smart Economy
การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ดังจะเห็นได้จากเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างคลาวด์คอมพิวติ้ง เวอร์ชวลไลเซชั่น การพัฒนาบนโมบาย และบิ๊กดาต้า ซึ่งช่วยให้เกิดทางเลือกที่หลากหลายในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน ในขณะเดียวกัน ผลวิจัยของการ์ทเนอร์ดังกล่าวมาข้างต้น ก็พบว่า มีอุปสรรค 3 ประการที่ภาครัฐจะต้องเผชิญในการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล ได้แก่ ทักษะหรือทรัพยากร งบประมาณ และวัฒนธรรมองค์กร
โอเพนซอร์ส และการเปิดกว้างทางความคิด
องค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างก็นำโซลูชั่นโอเพนซอร์สมาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ในการจัดการค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยพัฒนาด้านนวัตกรรม เช่น รัฐบาลประเทศอินเดียได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์ส สำหรับการกำกับดูแลทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และกลยุทธ์ต่างๆ [1] ยิ่งไปกว่านั้น เรายังพบว่ารัฐบาลในหลายๆ ประเทศ (อาเซียน, ออสเตรเลีย, เกาหลี และญี่ปุ่น) และองค์กรภาครัฐต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียต่างร่วมกันเสริมสร้างการใช้งานและพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การก่อตั้ง Asian Open Source Software Center (AOSSC) เป็นต้นแบบหนึ่งของการร่วมมือของหลายๆ ประเทศ และหลายๆ ภูมิภาค ประกอบด้วยประเทศจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย [2]
โอเพนซอร์สได้ประโยชน์จากความร่วมมือของชุมชนนักพัฒนาที่มีทักษะสูงและมีความเชี่ยวชาญที่จะสร้างสรรค์แนวคิดที่ดีขึ้นมาพัฒนาร่วมกัน เมื่อประโยชน์ดังกล่าวรวมกับความจริงที่ว่าโอเพนซอร์สช่วยให้องค์กรธุรกิจมากมายทั่วโลกปลดล็อคตัวเองจากการผูกติดกับผู้ค้าเพียงรายเดียว ทำให้โอเพนซอร์สกลายเป็นทางเลือกในการสร้างบริการและแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่ามากขึ้น
ที่งานประชุม Red Hat Summit ครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นงานด้านเทคโนโลยีโอเพนซอร์สชั้นนำ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง, แพลตฟอร์ม, เวอร์ชวลไลเซชั่น, มิดเดิลแวร์, สตอเรจ และการจัดการระบบ Peter Watkins, executive director, office of the chief intellignece officer, British Columbia ได้พูดคุยเกี่ยวกับวิธีการที่ สำนักงานของเขาได้ใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์สเพื่อให้กลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีจำนวนมากในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ เพื่อนำมาใช้ในการสร้างแอปพลิเคชั่นต่างๆ
หน่วยงานภาครัฐทั่วโลก รวมทั้งในทวีปเอเชีย ต่างก็หันมาใช้โอเพนซอร์สในโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาล เช่น การรวมศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์เข้าด้วยกัน ระบบเวอร์ชวลไลเซชั่น คลาวด์คอมพิวติ้ง บิ้กดาต้า และความต้องการใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้นอย่างมาก
การใช้โซลูชั่นโอเพนซอร์สโดยมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลแบบเปิดที่สามารถปลดล็อคแนวทางใหม่เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมีส่วนร่วมมากขึ้น และใช้ศักยภาพของภาครัฐมาช่วยในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ และเมื่อแพลตฟอร์มดิจิทัลเริ่มเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐก็จะมีโอกาสเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการและแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น
ในเวลาเดียวกัน โอเพนซอร์สไม่ใช่เป็นเพียงเทคโนโลยีที่ใช่เท่านั้น รัฐบาลต่างๆ ควรทำงานเพื่อรับมือกับความคิดที่เปิดกว้างซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ทีมงานก้าวไกลเกินขีดจำกัดของนวัตกรรมได้มากยิ่งขึ้น โดยองค์กรต่างๆ สามารถเริ่มต้นด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดให้แต่ละบุคคลสามารถแสดงความสามารถ และลองทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าการวางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ผ่านการทำงานร่วมกันของกลุ่มคนหัวกะทิที่พร้อมเสี่ยงและต้องการทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อบรรลุถึงนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
ในยุคของรัฐบาลที่เปิดกว้างเช่นนี้จะช่วยให้ประเทศมีศักยภาพในการปฏิรูปขั้นพื้นฐาน มีทิศทางชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหน ขณะเดียวกันก็สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ด้านเทคโนโลยีจนถึงวัฒนธรรม
[1] http://deity.gov.in/sites/upload_files/dit/files/policy_on_adoption_of_oss.pdf
[2] https://cacm.acm.org/news/29719-alliance-formed-to-push-development-and-adoption-of-open-source-in-asia/fulltext
ManageEngine Endpoint Central ยกระดับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบอัตโนมัติด้วย EDR และ Secure Private Access
ฟอร์ติเน็ต เปิดตัว FortiOS 8.0 เสริมความปลอดภัยเครือข่ายเหนือชั้น ด้วยระบบควบคุม AI ที่แข็งแกร่ง AI เอเจนต์บน Security Fabric เทคโนโลยี SASE ที่ยืดหยุ่น และการจัดการ SD-WAN ที่ง่ายยิ่งขึ้น
ฟอร์ติเน็ต จัดเวทีสัมมนา "OT Security Summit 2026" เร่งอุตสาหกรรมไทยรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ตอบโจทย์ Industry 5.0
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
Kaspersky นำเสนอการวิเคราะห์เชิงบริบทที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่ความปลอดภัยของเวิร์กโหลดบนคลาวด์
ฟอร์ติเน็ตลงทุน FortiSASE PoP ในไทย หนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
Microsoft Sovereign Cloud เพิ่มศักยภาพด้านการกำกับดูแล ประสิทธิภาพ และรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ปลอดภัยแม้ไม่เชื่อมต่อกับเครือข่าย
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จับมือ สกมช เปิดแผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉม ความปลอดภัยระบบคลาวด์ของประเทศไทย
กทม. ยกระดับมาตรการความปลอดภัยโรงเรียนในสังกัด สร้างพื้นที่ปลอดภัยสูงสุดแก่นักเรียนและบุคลากร