นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว. ท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า ไทยจะเน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ( Gastronomy Tourism ) ซึ่งจัดเป็น 1 ในรายจ่าย 3 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบ ประเทศไทยมีชื่อเสียงมากด้านอาหาร ตั้งแต่ อาหารถิ่นในทุกภูมิภาค และมี ร้านอาหารดังที่ได้รับรางวัลหลายร้าน ร้านน้ำ ร้านกากั้น และเมนูอาหารดัง เช่น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น เป็นต้น ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว และนักชิมนานาชาติว่าเป็นสวรรค์ของนักกินซึ่งพบว่า สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวมาจากการใช้จ่ายด้านอาหาร 20% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด โดยปัจจัยบวกด้านอาหารไทยนี้จะเป็นตัวทวีคูณที่สำคัญในการเพิ่มอรรถรสและความสุขในการท่องเที่ยวได้ แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ การที่เกษตรกรผู้ผลิตจะได้นำเสนอวัตถุดิบ จากทุกท้องถิ่นมาเป็นองค์ประกอบในการปรุงอาหาร จะทำให้เกิดการกระจายรายได้อย่างชัดเจน ตรงไปยังท้องถิ่น เพราะเป้าหมายสำคัญ คือ เราต้องทำให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างรายได้ กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในประเทศ โดยใช้ สินค้าทางการเกษตร - การบริการ ท้องถิ่นของไทย เป็นตัวขับเคลื่อน
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า กิจกรรมเกี่ยวกับอาหารสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวรูปแบบอื่น ได้หลายมิติ อาทิเช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agriculture-tourism) / การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-tourism) เช่น ให้นักท่องเที่ยวได้ปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ การสีข้าว การปลูกแปลงผัก ปลอดสารพิษแล้วนเก็บพืชผัก ผลไม้เหล่านั้นนำมาประกอบอาหาร หรือการนำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมาประกอบอาหาร ส่วนด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม (Wellness tourism) เราจะสนับสนุนให้นำผลิตภัณฑ์ เกษตรอินทรีย์มาประกอบอาหารและเครื่องดื่มเชิงสุขภาพ ผลการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคชื่นชอบอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารทะเล นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวในปัจจุบันมีแนวโน้มชื่นชอบอาหารริมทาง (Street Food) และอาหารท้องถิ่น (Local Food) สถิติในปี 2559 มีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 329,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16% ซึ่งสถิติปี 2559 รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหาร มีสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 20 สูงเป็นอันดับที่ 3 ในขณะที่ อันดับที่ 1 เป็นค่าที่พัก ( 29%) อันดับที่ 2 ค่าซื้อสินค้า/ของที่ระลึก (24%) โดยมีข้อมูล นักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหารสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
1) จีน 83,313 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 19 %
2) รัสเซีย 20,818 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 32%
3) สหราชอาณาจักร 18,409 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10 %
4) มาเลเซีย 16,106 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7 %
5) สหรัฐอเมริกา 13,930 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 18%
นางกอบกาญจน์ กล่าวต่อไปว่า ภาพรวมรอบครึ่งปีขณะนี้ (ม.ค.-ก.ค.2560) พบว่าการท่องเที่ยวไทยมีการขยับเพิ่มทั้งรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 19 ล้านคนแล้ว เติบโตขึ้นกว่าปี 2559 กว่า 4.5 % สร้างรายได้กว่า 960,000 ล้านบาท ขยายตัวกว่า 6% ซึ่งเป็นการเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในขณะที่รายได้จากไทยเที่ยวไทย ทำให้เกิดการกระจายรายได้อย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค จากสถิติไทยเที่ยวไทย ( มค-พค )สร้างรายได้ 381,991 ล้านบาท ขยายตัวกว่า 6.87% ในจำนวนนี้เป็นรายได้ที่มาจาก 12 เมือง ต้องห้าม...พลาด และ พลัส รวม 24 จังหวัด เป็นจำนวน 58,614 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่าปี 2559 กว่า 6.85%
ผู้นำสตรีลั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก
แอร์เอเชีย พร้อมบินตรงระหว่างประเทศจาก "สนามบินหัวหิน" ตามนโยบายรัฐบาล จัดระดมความเห็นในพื้นที่คึกคัก
ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี ในงาน "THREADS OF AMAZING THAILAND"
"แอนโทเนีย" สวยประจักษ์ ระดับร้อยล้าน ออร่าจับสวม High Jewelry มรกตล้อมเพชร เฉิดฉายลุคผ้าไทยสุดสง่า ในงาน "THREADS OF AMAZING THAILAND"
กรมการท่องเที่ยวเชิญชวนผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ร่วมอบรมออนไลน์ "Thailand Hospitality Goes Global"
เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว ตอกย้ำมาตรฐานระดับประเทศ คว้ารางวัลรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2569
กรมการท่องเที่ยวเชิญชวนผู้ประกอบการเพชรบูรณ์ ร่วมอบรม "Phetchabun Service Goes Global" ยกระดับบริการท่องเที่ยวสู่สากล
กรมการท่องเที่ยวเชิญชวนผู้ประกอบการนครศรีธรรมราช ร่วมอบรม "Nakhon Si Smile Goes Global" ยกระดับบริการท่องเที่ยวสู่สากล
เปิดฉากมหกรรมท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์แห่งปี Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026