บลจ.กสิกรไทย เดินหน้ารุกผู้นำดิจิตอลแพลตฟอร์ม ปลื้มลูกค้าลงทุนผ่านดิจิตอลพุ่ง มุ่งปั้นยอด Digital-based Users ปีนี้ เพิ่มเป็น 50%

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บลจ.กสิกรไทย เปิดแผนกลยุทธ์ดำเนินงานปี 2561 ยกระดับความเป็นผู้นำธุรกิจกองทุนสู่ดิจิตอลแพลตฟอร์ม ผุดคอนเซ็ปต์ "Digital Wealth Platform 4.0" มุ่งนำนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพกระบวนการจัดการลงทุนของบริษัทและสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้า หวังปั้นยอดผู้ลงทุนผ่านดิจิตอลปี 2561 (Digital-based Users) เพิ่มขึ้นอีกเป็น 50% ของจำนวนลูกค้ากองทุนรวมทั้งหมด
          นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยถึงเป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในปี 2561 นี้ว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายของการเป็นผู้นำในธุรกิจกองทุนด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน รวมถึงช่องทางการให้บริการและเครื่องมือช่วยการลงทุนต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับรูปแบบการลงทุนที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล โดยบลจ.กสิกรไทยถือเป็นบลจ.แห่งแรกที่มุ่งยกระดับการลงทุนไปสู่ดิจิตอลแพลตฟอร์ม โดยเริ่มต้นจากพัฒนาช่องทางการให้บริการผ่านระบบดิจิตอล ตลอดจนวางแนวคิดไปสู่การเป็นผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านระบบดิจิตอล (Robo-Advisor) ซึ่งในปีนี้บริษัทยังคงสานต่อแนวคิดและกลยุทธ์ดังกล่าว โดยการชูคอนเซ็ปต์ "Digital Wealth Platform 4.0" เพื่อต่อยอดการนำนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาช่วยทำการลงทุนให้เป็นเรื่องง่าย สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าลงทุนอย่างมั่นใจพร้อมทั้งได้รับผลตอบแทนที่เต็มศักยภาพของตนเอง
          "ด้วยทิศทางการขยายตัวของอุตสาหกรรมการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณข้อมูลข่าวสารการลงทุนที่มีอยู่จำนวนมากและซับซ้อนขึ้น กลยุทธ์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายของบริษัทจึงอยู่ที่การบริหารจัดการด้านข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งภาระกิจหลัก 3 อย่างที่ต้องทำไปพร้อมกัน คือ การสร้างกระบวนการจัดการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและถูกต้องแม่นยำ (Effective & Precise Investment) เช่น การใช้นวัตกรรม Big Data เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจลงทุน หรือการสร้างแบบจำลองการลงทุนโดยอาศัยข้อมูลเชิงสถิตในอดีตเพื่อคาดการณ์หาผลตอบแทนที่คาดหวัง เป็นต้น การสร้างผลิตภัณฑ์กองทุนที่มีคุณภาพให้มีผลการดำเนินงานที่ดีสม่ำเสมอ (High Quality Products) ซึ่งปัจจุบันบลจ.กสิกรไทยมีกองทุนที่ได้รับการจัดเรตติ้ง 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์รวมทั้งหมดถึง 10 กองทุน (Rating Overall, ข้อมูลจาก Morningstar(R) ณ วันที่ 31 ธ.ค.60) และการสร้างเครื่องมือที่ทันสมัยพร้อมช่วยให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมแก่ลูกค้า (Smart Advisor) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชัน K-My Funds สำหรับลูกค้ากองทุนรวม และแอปพลิเคชัน K-My PVD สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" นายวศินกล่าว 
          นายวศินกล่าวต่อไปว่า การที่บริษัทได้พัฒนาช่องทางการให้บริการผ่านระบบดิจิตอลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลทำให้บลจ.กสิกรไทยมีจำนวนลูกค้ากองทุนรวมที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอลเพิ่มขึ้น ซึ่งยอด ณ สิ้นปี 2560 มีลูกค้ากองทุนรวมที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอล (Digital-based Users) คิดเป็นสัดส่วนที่ 30% จากจำนวนลูกค้ากองทุนรวมทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงสุดในอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อคิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการผ่านช่องทางดิจิตอล (Digital-based AUM) จะอยู่ที่สัดส่วนราว 21% ของ AUM กองทุนรวมทั้งหมด ส่วนเป้าหมายในปี 2561 นี้ บลจ.กสิกรไทยตั้งเป้าหมายฐานลูกค้าที่ใช้บริการผ่านช่องทางดิจิตอล (Digital-based Users) เพิ่มขึ้นอีกเป็น 50% ของจำนวนลูกค้ากองทุนรวมทั้งหมด ส่วนเป้าหมาย Digital-based AUM เพิ่มขึ้นอีกเป็น 30% ของ AUM กองทุนรวมทั้งหมด
          ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทยเติบโตอยู่ที่ 5% ซึ่ง ณ สิ้นปี 2560 มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1.30 ล้านล้านบาท โดยแยกเป็นรายธุรกิจในส่วนกองทุนรวมอยู่ที่ 1.01 ล้านล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.73 แสนล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 1.17 แสนล้านบาท โดยคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดจำแนกตามธุรกิจอยู่ที่ 20.1%, 16.0% และ13.9% ตามลำดับ ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ขณะที่กองทุนส่วนบุคคล นับว่ามีตัวเลขเติบโตสูงสุด เมื่อเทียบทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเติบโตที่ 29.3 % (ข้อมูลจาก AIMC ณ 29 ธ.ค.2560) 
          สำหรับมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2561 บลจ.กสิกรไทยมองว่า กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญยังแนะนำให้ผู้ลงทุนกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นซึ่งมีความน่าสนใจมากกว่าตราสารหนี้ จากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่เนื่องจากภาพรวมราคาหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา จึงคาดว่าปี 2561 นี้อาจจะไม่ปรับตัวแรงเท่าปี 2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้บลจ.กสิกรไทยเลือกให้น้ำหนักการลงทุนในรายประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ จีน ยุโรป และญี่ปุ่น ด้วยปัจจัยเรื่องระดับราคาหุ้นที่ซื้อขายในระดับที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับในภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวและเติบโตต่อเนื่อง
          ด้านมุมมองตลาดหุ้นไทย คาดว่าดัชนีปี 2561 น่าจะปรับตัวขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,850 จุด บนปัจจัยพื้นฐานที่ระดับ P/E ปี 2561ประมาณ 16.5 เท่า จากแนวโน้มอัตราการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ 10% บวกกับแรงหนุนจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมองว่าในปีนี้หุ้นขนาดใหญ่น่าจะมีโมเมนตัมที่ดีกว่าหุ้นขนาดเล็ก ส่วนมุมมองการลงทุนในตราสารหนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อีก 3 ครั้งในปี 2561 ทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนในตราสารหนี้ลดลง อย่างไรก็ตาม มองว่าตราสารหนี้เอเชียจะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯมีต่ำกว่า รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียส่วนใหญ่มีเสถียรภาพและยังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้ดี
          ส่วนปัจจัยความไม่แน่นอนในปีนี้ที่ผู้ลงทุนควรติดตาม ได้แก่ การดำเนินนโยบายของทรัมป์ การขึ้นดอกเบี้ยและปรับลดงบดุลของสหรัฐฯ การเริ่มลดการผ่อนคลายทางการเงินของยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ (Geopolitical risk) อาทิ ยุโรป ตะวันออกกลาง สหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลต่อความผันผวนของการลงทุนในปีนี้

          ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
บลจ.กสิกรไทย เดินหน้ารุกผู้นำดิจิตอลแพลตฟอร์ม ปลื้มลูกค้าลงทุนผ่านดิจิตอลพุ่ง มุ่งปั้นยอด Digital-based Users ปีนี้ เพิ่มเป็น 50%

ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

กองทุน SCBVALUEE จาก บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุน e-class หุ้นไทยคุณภาพ วิเคราะห์การลงทุนผ่าน Machine Learning คว้ารางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Morningstar Awards for Investing Excellence 2026

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM ประสบความสำเร็จอีกครั้งบนเวทีรางวัลระดับสากล โดย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Value Portfolio (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือ SCBVALUEE ได้รับรางวัล กองทุนหุ้นไทยขนาดกลางและขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Thailand Mid/Small-Cap Equity Fund) จากงาน Morningstar Awards for Investing Excellence 2026 ซึ่งจัดโดย Morningstar ผู้นำการให้บริการข้อมูลและบทวิเคราะห์การลงทุนระดับโลก โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลการดำเนินงานของกองทุนที่โดดเด่นตอบโจทย์ตาม

บลจ.ทิสโก้จับกระแสช่วงโลกเดือดเปิดเสนอขาย... บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก — บลจ.ทิสโก้จับกระแสช่วงโลกเดือดเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ US Aerospace & Def...

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริ... KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้ — นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุ...

BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569 — BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26 หรือ Bualuang Thanarat 3/26 เน้นลงทุนใ...

เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนล... SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*) — เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนลดหย่อนภาษี เริ่มลงทุ...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ แล... B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ และ Head of Real Estate & Infras...