กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.50 จับตามาตรการธปท. หลังบาทแข็งค่าสุดในรอบ 50 เดือน
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ปัจจัยชี้นำสำคัญสำหรับตลาดการเงินโลกอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 30-31 มกราคม ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งจะสิ้นสุดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ แม้ตลาดคาดว่าจะยังไม่มีการปรับนโยบายในรอบนี้แต่จะจับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลการจ้างงานเดือนมกราคมของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเติบโตของค่าจ้างเพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป อนึ่ง ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของสหรัฐฯ รวมถึงการเปิดฉากสงครามการค้ายังคงจำกัดการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์และเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)แสดงความกังวลว่าหากเงินบาทยังแข็งค่ารวดเร็วและต่อเนื่องอาจกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงได้ โดยธปท.จะยกระดับการดูแลและเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2561 เงินบาทปรับตัวแข็งค่าเร็วกว่าที่เราเคยประเมินไว้มากซึ่งเป็นผลมาจากเงินดอลลาร์ในตลาดโลกเผชิญแรงขายเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างต่อเนื่อง ท่าทีล่าสุดของทางการไทยที่แข็งกร้าวมากขึ้นเกี่ยวกับค่าเงินบาทอาจชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้บ้าง ขณะที่ตลาดมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ดี กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่ามาตรการมีหลายระดับและมีข้อดีและความเสี่ยงต่างกันไป ซึ่งเราเชื่อว่าธปท.ย่อมศึกษาถึงประสิทธิผลของเครื่องมือต่างๆ อย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ