ไทย-อินโด-มาเลย์ พร้อมเริ่มควบคุมส่งออกยาง เห็นชอบให้เดินหน้ามาตรการ AETS ร่วมกำหนดโควตาการส่งออกยางพาราร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ รวมไม่เกิน 350,000 ตัน ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 มี.ค. 61 มุ่งสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมีการประชุมสภาไตรภาคียางพารา (ITRC) นัดพิเศษระหว่าง 3 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้ามาตรการ AETS ร่วมกำหนดโควตาการส่งออกยางพาราร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ รวมไม่เกิน 350,000 ตัน ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 มีนาคม 2561 พร้อมสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศสมาชิกผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก ทั้งไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในครั้งนี้ เป็นอีกมาตรการในการแก้ปัญหาสถานการณ์ราคายางที่ผิดปกติและมีความผันผวน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก จะนำข้อตกลงดังกล่าวมาดำเนินการอย่างเคร่งครัด ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมปริมาณการส่งออกยางพาราของประเทศไทย ซึ่งมีทั้งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 โดยกรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ดูแลและควบคุมปริมาณการส่งออกยางของประเทศไทยออกนอกราชอาณาจักร และระเบียบตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดปริมาณจัดสรรเนื้อยางแห้งสำหรับการส่งออก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 มาใช้ในช่วงระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 มีนาคม 2561 ทั้งนี้ ได้มอบให้การยางแห่งประเทศไทย ประสานงานกับผู้ประกอบกิจการยาง เพื่อให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติร่วมกันตามมาตรการ AETS พร้อมทั้ง ให้เร่งดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด
          "มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศในการควบคุมการส่งออกยางครั้งที่ 5 นี้ จะเป็นอีกหนึ่งในมาตรการสำคัญต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาสถานการณ์ราคายางผันผวน เพื่อช่วยยกระดับราคายางในตลาดให้สูงขึ้น ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง" นายลักษณ์ กล่าว
          ด้าน ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ในสภาไตรภาคียางพารา กล่าวว่า ในการประชุมสภาไตรภาคียางพารา (ITRC) นัดพิเศษระหว่างประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียวันนี้ รัฐบาล 3 ประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือมีมติเห็นชอบในการประกาศมาตรการควบคุมปริมาณการส่งออกยางพารา โดยมีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งได้กำหนดการลดโควตาการส่งออกยางพาราร่วมกัน 3 ประเทศลง 350,000 ตัน ซึ่งที่มาของจำนวนดังกล่าวมาจาก การคาดการณ์ปริมาณยางส่วนเกินโดยสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติระหว่างประเทศ (ANRPC) ของตลาดโลก และคาดว่าจะส่งผลต่อระดับราคายางที่จะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ประเทศผู้ผลิตยางแต่ละรายควรแก้ปัญหาความสมดุลของปริมาณยางในโลกด้วยการต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศของตนเองให้มากขึ้น ไม่ว่าจะนำยางธรรมชาติไปใช้ด้านการคมนาคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยุทโธปกรณ์ กีฬา สุขภาพ รวมถึงภาคธุรกิจ สินค้าอุปโภคบริโภคและบริการต่างๆ
          "ในนาม ITRC มีความมั่นใจว่าการดำเนินการร่วมกันในมาตรการนี้ จะส่งผลให้ราคายางมีเสถียรภาพขึ้น และส่งผลดีต่อเกษตรกรรายย่อย สถาบันเกษตรกร และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานยางพารา ให้ได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมในระยะยาวต่อไป โดยมาตรการนี้จะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดโดย ITRC และคณะกรรมการควบคุมยาง" ดร.ธีธัช กล่าว
 
 

ข่าวการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้

กรมพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนนโยบายฟื้นฟูดินเค็ม บูรณาการ 4 มิติพลิกพื้นที่เสื่อมโทรม สู่เกษตรกรรมยั่งยืน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตรของประเทศ สำหรับการแก้ไขปัญหาดินเค็ม ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการพื้นที่ดินเค็มเชิงรุกทั่วประเทศภายใต้แนวคิด "เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย" ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่การบริหารจัดการเชิงพื้นที่

เสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความร่วม... ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ — เสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความร่วมมือภาคการเกษต...