มาตรการจัดการและอนุรักษ์ปลาทูน่าพันธุ์ตาโต(bigeye) พันธุ์ครีบเหลือง(yelloefin) พันธุ์ท้องแถบ(skipjack)ในมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันตก(CMM 2016-11) หรือที่เรียกกันว่า มาตรการปลาทูน่าในเขตร้อน(the Tropical Tuna Measure,TTM) นั้นใกล้หมดอายุลงและจะมีการเจรจาใหม่อีกครั้งในการประชุมของคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลางนี้ กรีนพีซระบุว่าต้องการเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นคือ - ประมงอวนล้อมปลาทูน่าควรให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นในข้อตกลงที่จะลดจำนวนอุปกรณ์ล่อปลา(Fish Aggregating Devices หรือ FADs) และมีมาตรการที่เข้มแข็งในการรายงานและความโปร่งใสในการใช้ FADs -มาตรการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงเบ็ดราวปลาทูน่า - และการยกร่างเป้าหมายจำเพาะของปริมาณปลาทูน่าและชุดข้อมูลที่ใช้อ้างอิงรวมถึงยุทธศาสตร์ในการจัดการ
วินซ์ ชินนเชส ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านมหาสมุทรของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แม้ว่าข้อตกลงที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้จะอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง และอุตสาหกรรมปลาทูน่าบางส่วนกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาการทำประมงเกินขนาด การประมงผิดกฏหมายและการบังคับใช้แรงงานบนเรือ เป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลางในการรับประกันว่าการปฏิรูปประมงจะส่งผลในทางปฏิบัติโดยมีมาตรการการอนุรักษ์ปลาทูน่าที่จริงจังมากขึ้น ซึ่งทำได้โดยเห็นชอบร่วมกันต่อมาตรการที่มีความสำคัญอันดับต้นในเรื่องของการเก็บข้อมูล การจัดการด้านศักยภาพในการประมงปลาทูน่ารวมถึง FADsการอนุรักษ์ปริมาณปลาทูน่า มาตรการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังรวมถึงการขนถ่ายปลาทูน่ากลางทะเลและกฏเกณฑ์การควบคุมการใช้ประโยชน์ปลาทูน่า(harvest control rules)
รายงานที่นำเสนอออกมาเมื่อเร็วๆนี้ของกรีนพีซซึ่งเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมปลาทูน่านั้นอยู่ในขอบข่ายการดูแลของคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลาง ในขณะที่มาตรการต่างๆของคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้เน้นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษชนเป็นการเฉพาะ การห้ามการขนถ่ายปลาสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลและการมีมาตรการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังจะช่วยจัดการปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกของอุตสาหกรรมประมงและการกดขี่ขูดรีดแรงงานบนเรือประมง มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลที่ผิดกฏหมาย แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากการละเมิดกฏเกณฑ์ดังกล่าว การละเมิดใดๆ ที่มีขึ้นจากการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลจะต้องนำไปสู่การไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการประมงของผู้ละเมิดนั้น
กรีนพีซยังเรียกร้องให้มีการมาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลและกฏเกณฑ์การควบคุมการใช้ประโยชน์ปลาทูน่า(harvest control rules) รวมถึงชุดข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
วินซ์ ชินเชส กล่าวต่อว่า "ผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ควรเห็นชอบร่วมกันเพื่อยืนยันว่าการทำงานในเรื่องการตั้งเป้าหมายการอนุรักษ์ประชากรปลาทูน่า ชุดข้อมูลอ้างอิงที่ใช้ในการจำกัดปริมาณปลาทูน่าที่จับได้และยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากการประมงปลาทูน่าและฉลามทุกสายพันธุ์ในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันตกจะดำเนินสืบเนื่องต่อไปและมีการสนับสนุนทรัพยากรและเงินทุนเป็นอย่างดีที่สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ ผู้แทนประเทศต่างๆ ควรจะต้องมีข้อสรุปเรื่องกฏเกณฑ์การควบคุมการใช้ประโยชน์(harvest control rules)ในกองเรือประมงอวนล้อมจับปลาทูน่าสายพันธุ์ท้องแถบ(skipjack) และการดำเนินการอย่างเร่งด่วนของชุดข้อมูลอ้างอิงบนหลักการป้องกันไว้ก่อนในเบื้องต้น(interim precautionary reference points) ของปลาทูน่าสายพันธุ์อัลบาคอร์แปซิฟิกใต้(South Pacific albacore) พันธุ์ตาโต(bigeye)และพันธุ์ครีบเหลือง(yellowfin)"
ในขณะที่การประเมินปริมาณประชากรปลาทูน่าในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าปลาทูน่าสายพันธุ์หลักยังไม่ได้เผชิญกับปัญหาการประมงเกินขนาดหรือได้รับผลกระทบจากการประมงเกินขนาด แต่กรีนพีซเตือนว่ามีเหตุผลมากมายที่จะต้องระมัดระวัง กรีนพีซเห็นว่าจะต้องพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของการประเมินประชากรปลาทูน่าและการประเมินดังกล่าวจะต้องชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณประชากรปลาทูน่านั้นเนื่องมาจากเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการการจัดการหรือเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆ บัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ(IUCN Red List of Threatened Species) ได้ประเมินว่าปลาทูน่าสายพันธุ์ครีบน้ำเงินแปซิฟิก(pacific bluefin)และสายพันธุ์ตาโต(bigeye) อยู่ในระดับความเสี่ยงขั้นอันตรายต่อความเป็นอันตรายจากการสูญพันธุ์จากที่อาศัยตามธรรมชาติ(vulnerable) ส่วนสายพันธุ์ครีบเหลือง(yellowfin) และอัลบาคอร์(albacore) นั้นอยู่ในระดับความเสี่ยงขั้นอันตรายต่อสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้
ในบรรดากองเรือประมงปลาทูน่าที่จดทะเบียนกับคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันตกจำนวน 4,509 ลำ มีร้อยละ 76.64 เป็นเรือประมงเบ็ดราว ร้อยละ 12.62 เป็นเรือประมงอวนล้อม และมีเพียงร้อยละ 2.22 เป็นเรือประมงเบ็ดตวัด ประเทศที่ครอบครองสัดส่วนร้อยละ 85 ของกองเรือประมงในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันตกมี 6 ประเทศคือ จีนไทเป ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้
วินซ์ ชินเชส กล่าวปิดท้ายว่า "การประชุมประจำปีของคณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันตกที่กรุงมะนิลาครั้งนี้จะต้องทำให้เกิดผลในการดูแลรักษาทรัพยากรปลาทูน่าของเรา และเลิกที่จะเป็นเวทีการรวมตัวกันของรัฐบาลและอุตสาหกรรมที่ทำการขัดขวางมาตรการในการอนุรักษ์ปลาทูน่าที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ในฐานะเป็นเจ้าภาพการประชุมก้าวเป็นผู้นำในมาตรการอนุรักษ์ปลาทูน่าเขตร้อนอย่างจริงจัง นี่เป็นครั้งที่สองที่รัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม กรีนพีซหวังว่าครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่เคียงข้างในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิก"
กรมประมง จัดประชุมความร่วมมือติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง เร่งจัดทำ MOU หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป
AKP กำไรพุ่งแรงแซงทางโค้ง! เคาะจ่ายปันผล 0.046 บาท ตอบแทนผู้ถือหุ้นหลังปี 68 ผลงานระดับ "เทพ"
ศศินทร์ ผนึก MIT Sloan จัดประชุมนานาชาติ "Sasin X MIT 2026: Leading Through Action for Tomorrow's World"
ความสำเร็จความภาคภูมิใจของนักวิจัย วว. @ เวทีวิชาการ HOPE Meeting ครั้งที่ 17
สุดปลื้ม! ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้ารอบแรกเสนอตัวเจ้าภาพ WorldPride 2030
เปิดเกมรุก! พันธุ์ไทย x ซับเวย์ ผุดโมเดล 'Hybrid Store' จุดหมายเดียวครบ ทั้งกาแฟสัญชาติไทยและแซนวิชระดับโลก ลุยเปิด 15 สาขาแพคคู่ หวังดันยอดขายโต 30%
ปักหมุดเตรียมเช็คอิน Thailand Cat Lovers Fair 2026 วันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
Money20/20 Asia เผยสุดยอดวิทยากรระดับโลกกว่า 250 คน พร้อมขับเคลื่อนอนาคตทางการเงินในเอเชีย