ทรัสต์ SHREIT ประกาศจ่ายผลตอบแทน Q1/61 ที่อัตรา 0.151 บาทต่อหน่วย หลังทรัพย์สินในธุรกิจโรงแรมทั้ง 3 แห่ง มีผลการดำเนินงานที่ดี

17 May 2018
'สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ฯ' ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ โชว์ผลการดำเนินงานทรัสต์ SHREIT หลังทรัพย์สินที่เข้าลงทุนทั้งโรงแรม Pullman Jakarta Central Parkในอินโดนีเซีย และโรงแรม Capri by Fraser ในเวียดนาม มีอัตราเติบโตที่ดีเป็นประวัติการณ์จากอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น และยังมีรายได้จากการงานประชุมสัมมนาและการจัดเลี้ยง เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ดี พร้อมประกาศจ่ายผลตอบแทนจากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่อัตรา 0.151 บาทต่อหน่วย
ทรัสต์ SHREIT ประกาศจ่ายผลตอบแทน Q1/61 ที่อัตรา 0.151 บาทต่อหน่วย หลังทรัพย์สินในธุรกิจโรงแรมทั้ง 3 แห่ง มีผลการดำเนินงานที่ดี

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ที่บริหารโดยมืออาชีพ และผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า 'สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้' หรือ SHREIT ในช่วงไตรมาส 1/2561 มีการเติบโตที่ดี ปัจจัยมาจากทรัพย์สินที่ SHRIET เข้าลงทุนได้แก่ โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ในกรุงจากาต้าร์ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 317 ห้อง และโรงแรม Capri by Fraser ในเมืองโฮจิมินห์ที่เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว โดยมีห้องพักขนาด 175 ห้อง มีผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ IBIS Saigon South ในเมืองโฮจิมินห์ที่เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว โดยมีห้องพักขนาด 140 ห้อง มีผลการดำเนินงานใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ การเติบโตของการดำเนินงานของโรงแรม Pullman Jakarta Central Park มาจากกำลังซื้อของคนท้องถิ่นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังมีรายได้อื่นๆ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มเติมความแข็งแกร่ง เช่น การจัดงานแต่งงาน, ธุรกิจ MICE ในอินโดนีเซีย ขณะที่โรงแรม Capri by Fraser ในเมืองโฮจิมินห์ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามที่เติบโตได้ดี ส่งผลให้ฐานลูกค้าหลักในกลุ่มนักธุรกิจมาเข้าพักเพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาและมีการจัดอีเวนท์ต่างๆ ภายในโรงแรมเพิ่มมากขึ้น

"ทรัพย์สินที่ SHREIT เข้าลงทุนในโรงแรมทั้ง 3 แห่งในต่างประเทศ ได้รับความผันผวนจากฤดูกาลไม่มากนัก เนื่องจากที่ตั้งของโรงแรมทั้ง 3 แห่งนั้น อยู่ในเขตเมืองใหญ่และมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งทั้งจากคนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวและการจัดประชุมสัมมนา นอกจากนี้เรายังมองว่าอุปทานของธุรกิจโรงแรมในเมืองโฮจิมินห์และกรุงจากาต้าร์ที่เอื้อต่อธุรกิจ จึงทำให้ทรัพย์สินทั้ง 3 แห่งยังมีโอกาสสร้างรายได้เติบโตได้ดีในอนาคต" นายปธาน กล่าว

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสแรกดังกล่าว ทำให้ SHREIT ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยกำหนดจ่ายผลตอบแทนของไตรมาส 1 ปี 2561 ให้แก่ผู้ถือหน่วยในอัตรา 0.151 บาทต่อหน่วย ซึ่งกำหนดประกาศ Record date ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 และจ่ายผลตอบแทนวันที่ 15 มิถุนายน 2561 นี้