แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย!!! รองรับการกลับมาสยายปีกในธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจร

20 Jun 2018
กองบรรณาธิการข่าว เว็บไซต์สุขภาพ medhubnews.com และ เพจ sasook รายงานว่า เพิ่งจะกลายเป็น Talk of the town ในวงการธุรกิจโรงแรมของไทยไปเมื่อปีปลายปี 2559 หลังจากที่ "ปาร์คนายเลิศ กรุ๊ป"ตัดสินใจขายที่ดินเก่าแก่ของตระกูล " สมบัติศิริ "ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม สวิสโฮเต็ล ปาร์ค นายเลิศ กรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลทางธุรกิจให้กับกลุ่มดุสิตเวชการของ"นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ" ในราคากว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจในเครือของ "ปาร์คนายเลิศ กรุ๊ป" ส่วนหนึ่งยังคงดำเนินอยู่ในแวดวงธุรกิจภาคบริการ ทั้งการเตรียมเปิดธุรกิจโรงแรมแห่งใหม่ของครอบครัว
แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย!!! รองรับการกลับมาสยายปีกในธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจร

ภายใต้ชื่อ "นายเลิศปาร์ค หัวหิน" ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจด้านรับจัดเลี้ยงหรือแคทเทอริ่งอาหารนอกสถานที่ ธุรกิจด้านที่อยู่อาศัย ฯลฯ

โดยมีธุรกิจน้องใหม่มาแรงอย่าง"นายเลิศ บัตเลอร์" (Nai Lert Butler)ซึ่งเป็นการเปิดคอร์สฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพและยกระดับบุคลากรในธุรกิจภาคบริการไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้นมาเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างสีสันและเป็นตัวสอดแทรก ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากบุคลากรในธุรกิจภาคบริการเป็นอย่างมาก ด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัวของอาชีพ "บัตเลอร์"(Butler) ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยแต่สอดคล้องกับบริบทในด้านความเป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศจึงสามารถนำมาปรับใช้ในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับบุคลากรของไทยได้จริง ประกอบกับตัวเลขผลตอบแทนนั้นยิ่งดึงดูดใจ โดยในประเทศอังกฤษพบว่า อาชีพบัตเลอร์สามารถทำรายได้ต่อคนมากกว่าปีละ 2 ล้านบาททีเดียว แถมยังมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดบุคคลระดับวีไอพี ด้วยเหตุนี้นี้จึงทำให้เว็บไซต์ "เมดฮับนิวส์"(Medhubnews) ต้องตามมาเจาะลึกเกี่ยวกับธุรกิจใหม่นี้ของ "นายเลิศ กรุ๊ป"

"เราเปิดหลักสูตรมา 2 รุ่นแล้ว แต่ไม่ได้มีการโปรโมท อย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อโซเชียลฯ ของเราเองคือ ทางEmail: Butler@nailert . comและ https:// www.facebook .com/nailertbutler/ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีแฟนเพจวอล์คอิน เข้ามา สมัครเรียน จนเต็มทั้งคอร์ส ซึ่งมีทั้ง เจ้าของกิจการโรงแรม บริษัทเจ้าของโรงภาพยนตร์ ชาวต่างชาติ หรือแม้กระทั่ง สถาบันการศึกษาก็ส่งนักศึกษา มาฝึกอบรมและต่างก็พอใจกับความรู้และเทคนิคที่ได้ เพราะความรู้ที่ได้ ไม่ใช่เพียงนำไปใช้ในงานด้านบริการ แต่ยังประยุกต์ไปใช้ในงานสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องได้ด้วย " นายรัฐกิจ สุระธีระเศรษฐ์ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของนายเลิศกรุ๊ป เปิดเผยถึงกระแสตอบรับของธุรกิจดังกล่าว

นอกจากนี้ นายรัฐกิจยังเล่าถึงที่มาและจุดเริ่มต้นของการเปิดคอร์สบัตเลอร์ด้วย โดยบอกว่า จุดเริ่มต้นนั้นมาจากคุณเล็ก ณภาพรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการจัดการนายเลิศ กรุ๊ป ทายาทเจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งผู้สืบทอดธุรกิจด้านบริการและเป็นอดีตเจ้าของโรงแรม ปาร์ค นายเลิศ ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคคลากร สู่ระดับสากล เพื่อเป็นการต่อยอดและกรุยทางสู่ ภาคธุรกิจโรงแรม ที่เตรียมเปิดตัวอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ จึงนำไปสู่การจับมือเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ กับสถาบัน บริติช บัตเลอร์ (The British Butler) สถาบันเทรนนิ่ง บุคลากร ด้าน การบริการ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ จากทั่วโลก เปิดคอร์สฝึกอบรม บุคลากร ทั่วไป ที่สนใจเสริมสร้างทักษะบุคลากร ในอุตสาหกรรมและธุรกิจการโรงแรม อย่างมืออาชีพ โดยเน้นการให้บริการในระดับไฮเอนด์แบบครบถ้วนทุกขั้นตอนและสถานการณ์ ภายใต้การอำนวยการสอนของมิสเตอร์แกรี่ วิลเลี่ยมส์ (Mr.Gary William ) บัตเลอร์ชั้นนำของโลกซึ่งคร่ำหวอดในวงการมาเกือบ 20 ปี และผ่านประสบการณ์ในการรับรองบุคคล ระดับวีไอพีที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างมากมาย อาทิ นางมากาเร็ตแธทเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นิโคลัส เคจ ดาราฮอลลีวูด ชื่อดัง ฯลฯ โดยในอนาคตยังตั้งเป้าหมายที่จะเปิดเป็นสถาบันฝึกอบรมบัตเลอร์แบบครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุดในอาเซียนด้วย

ด้านนายแกรี่ วิเลียมส์ ผู้บริหารและวางหลักสูตรบัตเลอร์ของสถาบัน บริติช บัตเลอร์ (The British Butler) สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า หลักของนายเลิศ บัตเลอร์ มีด้วยกัน 4 คอร์ส ได้แก่ 1.หลักสูตรการให้บริการสำหรับแขก VIP เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับลูกค้าผู้รับบริการ ตั้งแต่การใช้ภาษา หลักการวิธีคิดที่สร้างเสริมหัวใจของการให้บริการ วิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ลูกค้าผู้รับบริการได้รับบริการที่เหนือกว่าการบริการทั่วไป ซึ่งหลักสูตรนี้จะใช้เวลาในการอบรม 5 วัน

2.หลักสูตรการดูแล เตรียมความพร้อม และพื้นที่ในการให้บริการอย่างใส่ใจในรายละเอียด การฝึกฝนให้เป็นผู้ที่สามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กน้อย เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าคนพิเศษ ใช้เวลาในการอบรม 2 วัน 3.หลักสูตรการให้บริการแขกคนสำคัญในระดับ VIP ครอบคลุมการให้บริการในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าคนสำคัญ เช่น การจัดการงานเลี้ยง ความรู้เกี่ยวกับไวน์ และซิการ์ รวมทั้งการเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมเพื่อการบริการแก่แขกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาในการอบรม 5 วัน ส่วนหลักสูตรที่ 4. คือหลักสูตรมารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติในการให้บริการ วิธีการรับประทานอาหาร และรูปแบบ ขั้นตอนการให้บริการในระดับสากล ซึ่งจะใช้เวลา 2 วันสำหรับการเข้าอบรม

ทั้งนี้ นายแกรี่ บอกว่า รายละเอียดและเนื้อหาของหลักสูตรต่างๆที่ใช้ฝึกอบรมนั้น ไม่ได้เป็นการนำองค์ความรู้ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม แบบยุโรปมา ใส่หัวผู้อบรม แต่มุ่งเน้นให้นำความรู้ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้กับวัฒนธรรม ประเพณี ของตนเองซึ่งมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์และเทคนิคตลอด 20 ปีของตนเองจะช่วยดึงศักยภาพ และพัฒนา ผู้เข้าฝึกอบรม ไปสู่ความเป็นมืออาชีพ และช่วยยกระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เหมือนที่ตนเคยทำสำเร็จมาแล้ว ในประเทศเม็กซิโก แต่ทั้งนี้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ผู้เรียนก็จะต้องมีความมุ่งมั่น ใส่ใจ และการเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุดด้วย โดยผู้อบรมยังสามารถนำความรู้ที่ ได้ไปประยุกต์ในงานด้านบริการทุกประเภทและทุกที่ทั่วโลก

"ในทรรศนะ ของผม มองว่าคนไทย มีความพิเศษ ในตัวเอง มีความเป็นมิตร โอบอ้อมอารี แต่ยังมีจุดด้อยคือไม่รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และ ถนัดที่จะรับคำสั่ง โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงที่เคยสัมผัส ตนเคยพักในโรงแรมแห่งหนึ่งทุกๆเช้าพนักงานโรงแรมจะถามตนด้วยคำถามเดิมว่าตนจะรับอะไรเป็นมือเช้า ทั้งๆที่ ทุกๆวัน ตนจะดื่มกาแฟเป็นประจำ และ พนักงาน ก็ทราบดี มันทำให้รู้สึกว่า ขาดความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อย ซึ่งแท้จริงแล้วมีความสำคัญมาก" นายแกรี่ กล่าวทิ้งท้าย

แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย!!! รองรับการกลับมาสยายปีกในธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจร