(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.16 น. ของวันที่ 16/03/61)
แนวโน้มวันที่ 19 มีนาคม 2561
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 20-21 มี.ค. ซึ่งคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็นครั้งแรกของปีนี้ หนุนดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุลปรับเพิ่มขึ้นและมีแรงซื้อสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จนกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ขยับขึ้นได้ไม่ไกล หลังจากวอชิงตันโพสต์รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ตัดสินใจเตรียมปลดนายพลเฮชอาร์ แมคมาสเตอร์ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูง หลังจากก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ปธน.ทรัมป์ได้สั่งปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สันออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางนโยบายหลังการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในคณะผู้บริหารของปธน.ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ทองคำได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้น หลังสหรัฐได้ประกาศการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องของรัสเซีย เพื่อตอบโต้กรณีแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐและการโจมตีทางไซเบอร์ ประกอบกับความตึงเครียดทางการทูตระหว่างอังกฤษและรัสเซีย หลังจากอังกฤษกรณีขับนักการทูต 23 คนของรัสเซียด้วยข้อกล่าวหาว่าพยายามฆาตกรรมอดีตสายลับรัสเซียด้วยสารเคมีทำลายระบบประสาทในอังกฤษ จนรัสเซียระบุว่าจะตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอังกฤษ ส่วนด้านราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดัน จากค่าเงินบาทไทยปรับแข็งค่าขึ้น ซึ่งการปรับแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าแนวโน้มราคาทองคำอาจมีการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมีบริเวณแนวต้านที่ 1,321-1,332 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้หรือไม่สามารถดีดตัวขึ้นได้ ก็จะเกิดแรงขายออกมาเช่นเดิม
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี มีมุมมองว่าราคาทองคำยังอยู่ในช่วงปรับฐานของราคาเพื่อสะสมกำลัง หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ราคาทองคำอาจมีย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,306-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคาก็พร้อมขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,332 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะสั้นแนะนำให้เล่นในกรอบ โดยรอจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,302 (19,200บาท) 1,291 (19,000บาท) 1,283 (18,900บาท)
แนวต้าน 1,321 (19,500บาท) 1,332 (19,700บาท) 1,341 (19,800บาท)
GOLD FUTURES (GFJ18)
แนวรับ 1,302 (19,330บาท) 1,291 (19,170บาท) 1,283 (19,050บาท)
แนวต้าน 1,321 (19,620บาท) 1,332 (19,790บาท) 1,341 (19,920บาท)
หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านโกล์ดฟิวเจอร์ส โทร.02-687-9999
รัฐบาลผนึก "เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-ยุติธรรม" ปราบสินค้าละเมิดฯ 6 เดือน จับ 332 คดี ยึดกว่า 1.3 ล้านชิ้น มูลค่าเสียหายทะลุ 2,300 ล้าน ยกระดับความเชื่อมั่นการค้า-การลงทุนไทย เสริมภาพลักษณ์ในเวทีโลก
EECO เปิดตัว "EEC Select Best Service 2026" ยกระดับบริการชุมชน สู่มาตรฐาน "SERVICE + SMART + SMILE" ขับเคลื่อนสู่สากล
เจโทร-บีโอไอ-สกพอ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืนและยกระดับการลงทุนและอุตสาหกรรมในงาน Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2026
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ยกกระดาน ช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระสินเชื่อ
SME D Bank ขานรับนโยบาย ธปท. ปรับลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.15% ช่วยเอสเอ็มอีลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง หนุนฟื้นเศรษฐกิจ
ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาระผ่อนบ้าน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่บรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า
กรุงศรี ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกค้า และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มีผลวันที่ 4 มีนาคม 2569
ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าดูแลลูกค้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค. 2569