ผลสำรวจของสมาพันธ์ทันตแพทย์โลกเผยเด็กส่วนใหญ่เข้ารับการตรวจสุขภาพฟันช้าเกินไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลกปีนี้ สมาพันธ์ทันตแพทย์โลก (FDI World Dental Federation) ได้ตั้งคำถามกับพ่อแม่ทั่วโลกว่าดูแลสุขภาพฟันของลูกอย่างไร และคำตอบที่ได้ทำให้ตระหนักว่าต้องมีการปรับปรุง เพราะการรักษาสุขภาพช่องปากให้สมบูรณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ปากและฟันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยรักษาสุขภาพและสุขภาวะโดยรวมด้วย

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
          https://www.multivu.com/players/uk/8281451-survey-children-not-getting-dental-check-up

          ผลสำรวจใน 10 ประเทศพบว่า ในบรรดาพ่อแม่ที่มีลูกอายุไม่เกิน 18 ปี มีเพียง 13% ที่พาลูกไปพบทันตแพทย์ก่อนครบขวบปีแรก ซึ่งเป็นอายุแนะนำในการพาเด็กไปพบทันตแพทย์ครั้งแรก พ่อแม่ส่วนใหญ่พาลูกไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อเด็กมีอายุ 1-3 ขวบ (24%) หรือ 4-6 ขวบ (22%) ขณะที่ 20% ไม่เคยพาลูกไปตรวจสุขภาพฟันเลย

          Dr Kathryn Kell ประธาน FDI กล่าวว่า "น่าเป็นห่วงมากที่ได้รับรู้ว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจสุขภาพฟันตามอายุที่แนะนำ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย พ่อแม่ควรพาเด็กมาพบทันตแพทย์เมื่อฟันซี่แรกเริ่มขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดฟันผุในเด็กเล็ก นอกจากนี้ โรคเกี่ยวกับช่องปากอาจส่งผลกระทบต่อทุกแง่มุมของชีวิตและมีความสัมพันธ์กับสุขภาพโดยรวม เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลกปีนี้ เราอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพช่องปากกับสุขภาพโดยทั่วไป และเข้าใจผลกระทบที่มีซึ่งกันและกัน การรู้วิธีรักษาสุขภาพช่องปากและสุขภาพร่างกายในทุกช่วงวัยจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น"

          ครึ่งหนึ่ง (50%) ของพ่อแม่ที่พาลูกไปพบทันตแพทย์ ระบุว่าพาไปตรวจสุขภาพฟันตามปกติ ซึ่งเป็นคำตอบที่พบมากที่สุดในสหราชอาณาจักร (82%), สวีเดน (77%), อาร์เจนตินา (65%), ฝรั่งเศส (63%), สหรัฐอเมริกา (63%), ออสเตรเลีย (56%) และจีน (34%) แต่พ่อแม่ในอีกหลายประเทศพาลูกไปพบทันตแพทย์เพราะลูกมีอาการปวดฟัน ได้แก่ อียิปต์ (56%), ฟิลิปปินส์ (43%) และโมร็อกโก (38%)

          มากกว่าสองในห้า (43%) ของพ่อแม่ที่มีลูกอายุไม่เกิน 18 ปี มีการกำกับให้ลูกแปรงฟันก่อนนอนเพื่อป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก ซึ่งเป็นข้อความสำคัญที่ FDI สื่อสารมาโดยตลอด ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า 40% ของพ่อแม่กำกับให้ลูกแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และ 38% จำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเพื่อป้องกันโรคในช่องปาก แต่มีเพียง 26% ที่ทำความสะอาดฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น และมีแค่ 8% ที่ให้ลูกใส่ฟันยางระหว่างเล่นกีฬา

          FDI แนะนำให้ทุกคนฝึกดูแลสุขภาพช่องปาก หลีกเลี่ยงปัจจัยเสียงต่างๆ เช่น อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลสูง ตลอดจนเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมในทุกช่วงวัย พ่อแม่ควรเริ่มทำความสะอาดฟันให้ลูกก่อนนอนตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น รวมถึงกำกับให้ลูกแปรงฟันวันละ 2 ครั้งโดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพียงเล็กน้อย และพาลูกไปพบทันตแพทย์เป็นประจำตั้งแต่ก่อนอายุครบ 1 ขวบ

          เกี่ยวกับวันทันตสาธารณสุขโลก

          วันทันตสาธารณสุขโลก (World Oral Health Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี ริเริ่มขึ้นโดย FDI เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงการป้องกันและควบคุมโรคในช่องปาก http://www.worldoralhealthday.org; #WOHD18 #SayAhh

          พันธมิตรระดับโลกของวันทันตสาธารณสุขโลกประกอบด้วย Henry Schein, Philips Sonicare และ Unilever ส่วนผู้สนับสนุนวันทันตสาธารณสุขโลกประกอบด้วย Planmeca และ Wrigley

          เกี่ยวกับการสำรวจ

          ข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่ปรากฏมาจาก YouGov Plc. โดยได้มาจากการสำรวจผู้ใหญ่  11,552 คน ซึ่ง 4,056 คนในจำนวนนี้มีลูกอายุไม่เกิน 18 ปี การสำรวจทางออนไลน์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีการถ่วงน้ำหนักและเลือกกลุ่มตัวอย่างมีอายุ 18 ปีขึ้นไป สำหรับจำนวนพ่อแม่ที่มีลูกอายุไม่เกิน 18 ปีแบ่งตามประเทศได้ดังนี้ สหราชอาณาจักร (468), ออสเตรเลีย (311), อียิปต์ (463), ฟิลิปปินส์ (506), ฝรั่งเศส (357), สหรัฐอเมริกา (295), โมร็อกโก (386), สวีเดน (272), จีน (529) และอาร์เจนตินา (469)

          (รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/654729/FDI_Children_Dental.jpg  )

          ที่มา: FDI World Dental Federation


ข่าวo:heal+o:prneวันนี้

25 พฤษภาคม วันไทรอยด์โลก แพทย์ รพ.วิมุต เผย "โรคไทรอยด์" ภัยเงียบใหม่ของวัยทำงาน เตือน สุขภาพดีก็เป็นได้ รีบตรวจคัดกรองก่อนสาย

หากพูดถึงโรคยอดฮิตที่ทำร้ายคนวัยทำงานยุคนี้ หลายคนอาจนึกถึง "ออฟฟิศซินโดรม" เป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ ยังมีอีกโรคหนึ่งที่เริ่มพบว่าคนรอบตัวเป็นกันเยอะมากขึ้น นั่นคือ "โรคไทรอยด์" โดยข้อมูลจากวารสารการแพทย์ Advances in Therapy ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคไทรอยด์ทั่วโลกราว 200 ล้านคน และมากถึง 60% ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ โดยเหตุผลหลักที่คนมักไม่รู้ตัวเพราะอาการเริ่มต้นคล้ายกับภาวะทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับ ท้องเสีย หรืออ่อนเพลีย สะท้อนถึงการเป็น "ภัยเงียบ" ที่แม้แต่คนที่ดูแลตัวเองดีก็มีโอกาสเป็น

ไวรัสอีโบลา ระบาดรุนแรงในคองโก มียอดผู้เส... ไวรัสอีโบลา อันตรายแค่ไหน? — ไวรัสอีโบลา ระบาดรุนแรงในคองโก มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 136 ราย (ข้อมูลอัปเดต 19 พ.ค. 69) ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ บุน...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างก... กรมอนามัยปลุกพลังคนวัยทำงาน! ดัน Health Literacy - Lifestyle Medicine สู้ NCDs สร้าง 'สุขภาพดี ผลิตภาพสูง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างกระแส ...

หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง... ไข้ ไข้ ไข้ ... หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ? — หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้น รวมทั้งแหล่...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจค... HL Hub เผย "ความรอบรู้โรค NCDs" เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประ...

เมื่ออายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น ปัญหาความหย่อน... ผ่าตัดถุงใต้ตาอันตรายไหม? ไขข้อสงสัยโดยแพทย์จาก ALINE Clinic — เมื่ออายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น ปัญหาความหย่อนคล้อยต่าง ๆ บนใบหน้าก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน โดยเ...

รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจ... หยุดความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยเทคโนโลยี CT Calcium Score @รพ.หัวเฉียว — รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือด ...

เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได... เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง — เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งศูนย์ก้าวเดินมั่นคงด้วย...