กรีนพีซเรียกร้องให้ลดการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาวะของโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          รายงานฉบับใหม่ของกรีนพีซ ระบุว่า ทั่วโลกต้องลดการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลงครึ่งหนึ่งให้ได้ภายในปี 2593 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส หากไม่ทำอะไรเลย ประมาณการณ์ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52 ในอีกทศวรรษข้างหน้า โดยที่ร้อยละ 70 จะมาจากการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม 
          รายงานกรีนพีซระบุด้วยว่า การผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุที่ซ่อนเร้นของวิกฤตสุขภาพของคนทั่วโลก การบริโภคเนื้อแดงในปริมาณมากมีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน และ เบาหวาน ขณะที่คนนับล้านอาจมีอายุยืนขึ้นจากการเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีพืชผักเป็นหลัก การผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมล้วนเกี่ยวข้องกับการดื้อยาปฏิชีวนะ ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศว่า "เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข" และเป็นแหล่งของเชื้อโรคที่มากับอาหาร 
          บันนี แมคดิอาร์มิด ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากล กล่าวว่า
          "ระบบอาหารของเรามีปัญหา รัฐบาลต่าง ๆ ยังคงสนับสนุนการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม อันเป็นการกระตุ้นให้บริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่สุขภาพของเรา สุขภาพของลูกหลานเราและโลกของเราอยู่ในความเสี่ยง รัฐบาลควรสนับสนุนเกษตรกรรมเชิงนิเวศมากขึ้น เพื่อการผลิตอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้ผู้คนเข้าถึงอาหารที่มีพืชผักเป็นหลักได้ง่ายขึ้น
          ขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกที่หลากหลายในรูปแบบใหม่ ๆ กำลังขยายตัวขึ้น เพื่อการบริโภคและการผลิตอาหารที่ดีและสอดคล้องกับตัวของเราและสิ่งแวดล้อมของเรา พวกเราสามารถทำให้ระบบอาหารของเราลดการพึ่งพิงการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม และช่วยกันสร้างโลกที่ดีขึ้นเพื่อคนรุ่นต่อไป"
          กรีนพีซเริ่มงานรณรงค์ระดับโลกเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีการกินและการผลิตเนื้อเชิงอุตสาหกรรมอันเนื่องมาจากผลกระทบของการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่มีต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเรียกร้องให้มีการลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลงร้อยละ 50 และมีการเพิ่มการผลิตและบริโภคอาหารที่มีพืชผักเป็นหลักภายในปี 2593
          พีท สมิธ อดีตผู้เขียนหลักของรายงานการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) กล่าวว่า "ความจำเป็นในการลดความต้องการในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมเป็นความเห็นตามกระแสหลักในทางวิทยาศาสตร์ การลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้นที่จะทำให้เรามีระบบอาหารที่เหมาะสมกับอนาคต เป็นประโยชน์กับมนุษย์และกับโลกทั้งมวล การผลิตอาหารในรูปแบบที่เราบริโภคในปัจจุบันนี้ ไม่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าเราจะพยายามทำอย่างยั่งยืนมากขึ้นก็ตาม เราทุกคนต้องปกป้องโลกเพื่อคนลูกหลานของเราในอนาคต"
          รายงานของกรีนพีซได้ตีแผ่ผลกระทบอื่น ๆ ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วจากการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงหลายสิบปีมานี้ นับตั้งปี 2513สัตว์ป่าสูญพันธุ์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ประชากรปศุสัตว์กลับเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว การผลิตปศุสัตว์ในปัจจุบันใช้พื้นที่ทั้งหมดในโลกถึงร้อยละ 26 
          กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศล้มเลิกนโยบายสนับสนุนการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม แต่ให้ช่วยเกษตรกรให้หันไปทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศและทำปศุสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม กรีนพีซยังเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศสนับสนุนให้ผู้คนเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์และมีพืชผักเป็นหลัก และเรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลง เพื่อโลกที่มีสุขภาวะมากขึ้น
          " สิ่งที่เราเลือกกิน ไม่ว่าจะในฐานะปัจเจกชน หรือเป็นประชากรโลก คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่จะใช้ต่อกรกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทำลายสิ่งแวดล้อม" บันนี แมคดิอาร์มิด กล่าวเพิ่มเติม
 
 
 

ข่าวก๊าซเรือนกระจก+อุตสาหกรรมวันนี้

ALPHAX มอง "ลาว" ฐานยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของภูมิภาค ด้าน ทริสฯ ปรับ Outlook สปป.ลาว เป็น Stable หนุนความเชื่อมั่นการลงทุน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) กำลังเร่งตัวทั่วโลก จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาค จากทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

ประเทศไทยสร้างความสำเร็จสำคัญด้านการลดก๊า... ไทยลดจริง 3.8 ล้านตัน CO2 จาก "ปูนลดโลกร้อน" เร็วกว่าเป้า NDC สู่โมเดลความร่วมมือขับเคลื่อน Net Zero — ประเทศไทยสร้างความสำเร็จสำคัญด้านการลดก๊าซเรือนกระจ...

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังและแป้งม... มจธ. ขับเคลื่อน "ห่วงโซ่มันสำปะหลังยั่งยืน" ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจชีวภาพคาร์บอนต่ำ — ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังและแป้งมันสำปะหลังอันดับหนึ...

นายณรา แสงสง่าศรี กรรมการ พร้อมด้วย นางสา... CCP คว้ามาตรฐาน CFP-CFO จาก TGO มุ่งสร้างนวัตกรรม Green Product — นายณรา แสงสง่าศรี กรรมการ พร้อมด้วย นางสาววธูสิริ สกุลกิตติวัฒน์ เลขานุการบริษัท บริษัท ...

นายบัณฑูร เหล่าสินชัย (ขวา) กรรมการผู้จัด... TATG รับประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอน CFO ยกระดับธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความยั่งยืน — นายบัณฑูร เหล่าสินชัย (ขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ออโต...