รายงานกรีนพีซระบุด้วยว่า การผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุที่ซ่อนเร้นของวิกฤตสุขภาพของคนทั่วโลก การบริโภคเนื้อแดงในปริมาณมากมีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน และ เบาหวาน ขณะที่คนนับล้านอาจมีอายุยืนขึ้นจากการเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีพืชผักเป็นหลัก การผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมล้วนเกี่ยวข้องกับการดื้อยาปฏิชีวนะ ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศว่า "เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข" และเป็นแหล่งของเชื้อโรคที่มากับอาหาร
บันนี แมคดิอาร์มิด ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากล กล่าวว่า
"ระบบอาหารของเรามีปัญหา รัฐบาลต่าง ๆ ยังคงสนับสนุนการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม อันเป็นการกระตุ้นให้บริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่สุขภาพของเรา สุขภาพของลูกหลานเราและโลกของเราอยู่ในความเสี่ยง รัฐบาลควรสนับสนุนเกษตรกรรมเชิงนิเวศมากขึ้น เพื่อการผลิตอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้ผู้คนเข้าถึงอาหารที่มีพืชผักเป็นหลักได้ง่ายขึ้น
ขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกที่หลากหลายในรูปแบบใหม่ ๆ กำลังขยายตัวขึ้น เพื่อการบริโภคและการผลิตอาหารที่ดีและสอดคล้องกับตัวของเราและสิ่งแวดล้อมของเรา พวกเราสามารถทำให้ระบบอาหารของเราลดการพึ่งพิงการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม และช่วยกันสร้างโลกที่ดีขึ้นเพื่อคนรุ่นต่อไป"
กรีนพีซเริ่มงานรณรงค์ระดับโลกเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีการกินและการผลิตเนื้อเชิงอุตสาหกรรมอันเนื่องมาจากผลกระทบของการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่มีต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเรียกร้องให้มีการลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลงร้อยละ 50 และมีการเพิ่มการผลิตและบริโภคอาหารที่มีพืชผักเป็นหลักภายในปี 2593
พีท สมิธ อดีตผู้เขียนหลักของรายงานการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) กล่าวว่า "ความจำเป็นในการลดความต้องการในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมเป็นความเห็นตามกระแสหลักในทางวิทยาศาสตร์ การลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้นที่จะทำให้เรามีระบบอาหารที่เหมาะสมกับอนาคต เป็นประโยชน์กับมนุษย์และกับโลกทั้งมวล การผลิตอาหารในรูปแบบที่เราบริโภคในปัจจุบันนี้ ไม่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าเราจะพยายามทำอย่างยั่งยืนมากขึ้นก็ตาม เราทุกคนต้องปกป้องโลกเพื่อคนลูกหลานของเราในอนาคต"
รายงานของกรีนพีซได้ตีแผ่ผลกระทบอื่น ๆ ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วจากการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงหลายสิบปีมานี้ นับตั้งปี 2513สัตว์ป่าสูญพันธุ์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ประชากรปศุสัตว์กลับเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว การผลิตปศุสัตว์ในปัจจุบันใช้พื้นที่ทั้งหมดในโลกถึงร้อยละ 26
กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศล้มเลิกนโยบายสนับสนุนการผลิตเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม แต่ให้ช่วยเกษตรกรให้หันไปทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศและทำปศุสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม กรีนพีซยังเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศสนับสนุนให้ผู้คนเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์และมีพืชผักเป็นหลัก และเรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลง เพื่อโลกที่มีสุขภาวะมากขึ้น
" สิ่งที่เราเลือกกิน ไม่ว่าจะในฐานะปัจเจกชน หรือเป็นประชากรโลก คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่จะใช้ต่อกรกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทำลายสิ่งแวดล้อม" บันนี แมคดิอาร์มิด กล่าวเพิ่มเติม
BWG ผนึกกำลัง ธนาคารกรุงเทพ ขับเคลื่อน ESG ผ่านโครงการ "ส่งขยะกลับบ้าน" แปรรูปยูนิฟอร์มเก่า 2.17 ตัน สร้างพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
จากของเสียจากกระบวนการผลิตสู่มูลค่า: ผู้ผลิตอาหารในไทยจะปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในการผลิตอาหารที่ทำจากพืชได้อย่างไร
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
KCLIMATE 1.5 จับมือมิชลิน เดินหน้าโครงการ "Sustainable Fleet" หนุนภาคขนส่งบริหารจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เสริมศักยภาพธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
สหพัฒนพิบูล มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เอ็ม บี เค รับการประกาศเกียรติคุณ กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก สู่สังคมคาร์บอนต่ำ
LPP เผยผลสำเร็จโครงการ Recycle ปี 2568 ทะลุ 2.2 ล้านกิโลกรัม
SCGP Recycle นำเครือข่าย 22 พันธมิตร สู่การรับรอง LESS ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
SMT ผ่านการทวนสอบ ISO 14064 - 1:2018 ยกระดับการบริหารจัดการคาร์บอน ตอกย้ำกลยุทธ์ ESG สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน