เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และนำเข้าบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ของไทย ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) และแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้สำรวจความต้องการจองซื้อหุ้น IPO ของ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จากนักลงทุนสถาบัน (Book Building) เมื่อวันที่ 3-4 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนสถาบันได้แสดงความต้องการจองซื้อที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 10.20 บาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตในอนาคต จึงได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่หุ้นละ 10.20 บาท โดยเตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 และคาดว่าจะนำหุ้น BGC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 18 ตุลาคมนี้
ทั้งนี้ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 194,444,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 28 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปชำระเงินกู้ยืม ขยายโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งใหม่ในจังหวัดราชบุรีและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
ปัจจุบัน บมจ. บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส และบริษัทย่อย เป็นผู้ผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และนำเข้าบรรจุภัณฑ์แก้ว โดยมีบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว 3,095 ตันต่อวัน ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย (อ้างอิงจากรายงาน GlobalData Plc วันที่ 2 ก.พ. 2561) เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แก้วใช้กันอย่างแพร่หลายและสามารถนำมารีไซเคิลได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันมีผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่ราย การดำเนินธุรกิจของบมจ. บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จึงมีความมั่นคงและมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "BGC") และบริษัทย่อย ("กลุ่มบริษัทฯ") ผู้ผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และนำเข้าบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า บริษัทฯ มีจุดแข็งด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย มีการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตอย่างสม่ำเสมอและมีความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ
บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ก้าวเป็นผู้นำการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 BGC มีบริษัทย่อยที่ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วรวม 6 บริษัท มีเตาหลอมแก้วรวมทั้งสิ้น 10 เตา กำลังการผลิตรวม 3,095 ตันต่อวัน โดยมีโรงงานผลิตกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ เช่น จังหวัดปทุมธานี ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ส่งผลดีต่อการจัดหาแหล่งวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำ การบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง
ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วและเตาหลอมแก้วแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรีเพิ่มอีก 1 เตา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 2,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 400 ตันต่อวัน รวมเป็นประมาณ 3,495 ตันต่อวัน โดยโรงงานแห่งใหม่ได้รับการออกแบบให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น นำระบบสื่อสารข้อมูลการผลิตแบบออนไลน์เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากเพื่อให้ได้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ
ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2561) มีกำไรสุทธิ 270.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมีกำไรสุทธิ 121.7 ล้านบาทหรือมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 122.0 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนคงที่ลดลงจากการย้ายฐานการผลิตจากโรงงานระยองที่ปิดตัว ไปยังเตาที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
"บริษัทฯ เชื่อว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด และยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีข้อจำกัดในการเข้าแข่งขันสูง (High barrier to entry) เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยรายงาน GlobalData Plc ระบุว่าภาพรวมการบริโภคในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในปี 2561-2565 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 6.7% ต่อปีและ 3.1% ต่อปีตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว" นายศิลปรัตน์ กล่าว
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง
PRAPAT เดินหน้า Q2 สินค้าเครื่องจักร-ธุรกิจสระว่ายน้ำ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
"Krungsri Finnovate" ผนึกกำลัง "Thai Startup" จัดเวที "Opportunity Stage" ในงาน TSD 2026 เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพไทยโชว์ศักยภาพสู่สายตานักลงทุน พร้อมเชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
SYNEX มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีเติบโตต่อเนื่อง ในงาน Opp Day ชู Product Mix มาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ AI-Data Center ขยายตัว
TEKA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ในงาน Opportunity Day กำไรพุ่ง 294%
KJL ชูงบ Q1/69 แข็งแกร่ง เดินหน้าขยายตลาด Data Center-Renewable Energy